สรุปย่อองค์ความรู้รายงานวิชา ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ เรื่อง ปัจจัยที่ทำให้ญี่ปุ่นมีความจำเป็นในการสถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้

รายงานเล่มจบวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่มสมัยใหม่ เป็นรายงานแบบที่แตกต่างจากรายงานที่เคยเขียน รายงานปกติทั่วไปจะเป็นการค้นคว้าหา”ข้อมูล” และนำมาวิเคราะห์ ดังนั้น รายงานที่ทำกันทั่วๆไปจึงน่าจะเป็น “รายงานค้นคว้าข้อมูล” แต่ฉบับนี้เป็น “สรุปย่อองค์ความรู้” คือให้อ่านหนังสือหลายๆเล่ม แล้ววิเคราะห์ว่า “การตีพิมพ์ในช่วงเวลาที่ต่างกัน ทำให้เกิดพัฒนาการของข้อมูลในประเด็นที่ศึกษามากน้อยเพียงใด” เป็นความท้าทายที่ทำเอาไม่ได้หลับไม่ได้นอนอยู่หลายวัน อย่างไรก็ตามรายงานฉบับนี้ได้คะแนนเต็ม เราได้เกรดสวยงามมาประดับชีวิต ดังนั้นจะขอขอบคุณผู้ที่ช่วยหาหนังสือ(เนื่องจากประเด็นที่ค้นคว้าไม่ค่อยมีผู้สนใจจึงหาหนังสือได้ค่อนข้างยาก) และขอบคุณมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่เอื้อเฟื้อหนังสือในห้องสมุด(แบบไม่คิดมูลค่า)

สรุปย่อองค์ความรู้

วิเชียร อินทะสี นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อเกาหลี ในช่วงการยึดครองและช่วงหลังการได้รับเอกราชจากญี่ปุ่นปทุมธานีสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์2551

การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ มีปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่ง มาจากการที่ญี่ปุ่นมีปัญหาในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลี ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญ คือ “สงครามเย็น” ซึ่งได้รับอิทธิพลจากประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต

ภาวะสงครามเย็นทำให้ญี่ปุ่นต้องดำเนินนโยบายต่อคาบสมุทรเกาหลีตามแบบสหรัฐอเมริกา โดยมีความพยายามที่จะเปิดความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ เพื่อสกัดกั้นเกาหลีเหนือที่สหภาพโซเวียตให้การสนับสนุน  การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ไม่อาจเริ่มต้นได้ทันทีเนื่องจากมีปัญหาความขัดแย้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ต่อมา เมื่อเกิด           สงครามเกาหลีในปี 1950 ทำให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่นมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดการเจรจาระหว่างกัน  นอกจากนี้ปัจจัยที่ทำให้การเปิดสัมพันธ์ทางการทูตมีปัญหาก็เนื่องมาจากประเด็นการเจรจา       เรื่องทรัพย์สินที่เกิดจากการที่ญี่ปุ่นเคยยึดครองเกาหลี

สรุปได้ว่า หนังสือเล่มนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงการสถาปนาสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลี ซึ่งมีองค์ประกอบหลายประการทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายในการสร้างสัมพันธไมตรีในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ในส่วนการศึกษาบทบาทญี่ปุ่นที่มีต่อคาบสมุทรเกาหลี

ประเสริฐ จิตติวัฒนพงศ์ การเมืองและนโยบายต่างประเทศ กรุงเทพฯโรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2533

 ผู้เขียนได้ทำให้เห็นถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่เกาหลีมีต่อญี่ปุ่น ซึ่งหากเกิดสงครามในคาบสมุทรเกาหลี จะส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกาหลีใต้ที่ญี่ปุ่นมีการลงทุนอยู่เป็นจำนวนมากส่งผลให้ญี่ปุ่นไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิด      ภาวะสงครามและภัยคอมมิวนิสต์ โดยที่ญี่ปุ่นได้กล่าวไว้ว่า “ความมั่นคงของสาธารณรัฐเกาหลี จำเป็นยิ่งต่อความมั่นคงของญี่ปุ่น” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เกาหลีไม่ได้มีความสำคัญเพียงต่อญี่ปุ่น     แต่มีความสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกทั้งหมด

การดำเนินนโยบายเปิดสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นโดยเฉพาะการต่อต้านจากประชาชนภายในประเทศ ซึ่งต่อมาเมื่อเกิดภัยคอมมิวนิสต์      เกาหลีใต้มีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนท่าทีและเปลี่ยนมาร่วมมือกับญี่ปุ่นโดยเน้นการเร่งวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมหนักและเคมี

สรุปได้ว่า หนังสือเล่มนี้มีการศึกษาข้อมูลในเรื่องเกี่ยวกับจุดยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่นที่ต้องให้ความสำคัญ คือ คาบสมุทรเกาหลี รวมทั้งปัจจัยทางด้านการเมืองโลกที่ทำให้นโยบายของเกาหลีใต้เปลี่ยนแปลง ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าเชื่อถือและน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง

ไชยวัฒน์ ค้ำชู นโยบายต่างประเทศญี่ปุ่น ความต่อเนื่องและความเปลี่ยนแปลง กรุงเทพฯ: สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2549

ในช่วงสงครามเย็น เกาหลีก็เหมือนกับหลายประเทศในเอเชียที่มีความทรงจำอันข่มขื่นต่อการกระทำของญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามแล้ว  ชาวเกาหลีมีความตั้งใจว่าญี่ปุ่นต้องออกไปจากเกาหลีและไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก ในช่วงระหว่างสงครามเกาหลี เกาหลีใต้คัดค้านความคิดที่จะให้ญี่ปุ่นเข้ามาช่วยกองกำลังสหประชาชาติเพื่อต่อต้านเกาหลีเหนือในประเทศของตน  ซึ่งผู้นำของเกาหลีใต้ในขณะนั้นได้กล่าวว่า ความรุนแรงที่ญี่ปุ่นเคยกระทำมีความรุนแรงในระดับที่เท่าเทียมกับคอมมิวนิสต์ จึงทำให้เกิดความเกลียดชังและไม่เห็นด้วยกับความพยายามของสหรัฐอเมริกาที่จะสร้างบทบาทให้ญี่ปุ่นในช่วงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เกิดสงครามเกาหลี ญี่ปุ่นมีความเป็นห่วงว่าภัยคอมมิวนิสต์จากเกาหลีเหนือจะเข้าสู่เกาหลีใต้ และผู้นำเกาหลีใต้คนต่อมาเล็งเห็นถึงประโยชน์ในการเปิดความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นที่เล็งเห็นว่าคาบสมุทรเกาหลีเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์กับความมั่นคงของประเทศ จึงค่อนข้างสนใจที่จะเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้

สรุปได้ว่า หนังสือเล่มนี้ได้มองถึงปัจจัยทางด้านการเมืองและความมั่นคงของญี่ปุ่นที่ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้  ซึ่งเป็นหนังสือที่มีความน่าสนใจและความน่าเชื่อถือ น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจศึกษานโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นที่เน้นในเรื่องการเมืองและความมั่นคงดังที่ได้กล่าวมา

ศิริพร วัชชวัลคุ   ญี่ปุ่น : การเมืองและนโยบายต่างประเทศ กรุงเทพฯ:คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์2542

 คาบสมุทรเกาหลี มีที่ตั้งที่ใกล้ญี่ปุ่น เป็นเสมือนสิ่งที่ทิ่มแทงความมั่นคงของญี่ปุ่นอยู่เสมอมา หากมีความไร้เสถียรภาพในเกาหลีจะส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นไม่มากก็น้อย ในช่วงสงครามเย็น  ภัยคอมมิวนิสต์เป็นสิ่งที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นต้องระวังเนื่องจากเกาหลีเหนือภายใต้การดูแลของสหภาพโซเวียต อาจมีท่าทีที่ต้องการขยาย “ม่านเหล็ก” เข้าสู่เกาหลีใต้ ที่ในช่วงเวลาดังกล่าว         ยังพัฒนาในระดับที่ด้อยกว่าเกาหลีเหนือ

สหรัฐอเมริกาต้องการให้ญี่ปุ่นเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็น  การสร้างความเข้มแข็งให้เกาหลีใต้ทั้งในเชิงความมั่นคงและความมั่งคั่ง นอกจากนี้ ผลจากสงครามเกาหลี ทำให้เกาหลีใต้เริ่มเปลี่ยนท่าทีจากนโยบายต่อต้านญี่ปุ่น เป็นการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจโดยร่วมมือกับญี่ปุ่นในการวางรากฐานทางอุตสาหกรรมและเคมี

หนังสือรวมบทความทางวิชาการเล่มนี้ ได้เสนอให้เห็นความสำคัญของคาบสมุทรเกาหลีต่อทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา และสะท้อนให้เห็นผลที่เกิดการเข้ายึดครองเกาหลีของญี่ปุ่นที่ทำให้คนเกาหลีไม่ต้องการให้ญี่ปุ่นเข้ามามีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีอีกต่อไป บทความดังกล่าวมี       ความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งและเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในประเด็นความสำคัญของ   คาบสมุทรเกาหลีและผลกระทบของการเข้ายึดครองเกาหลีญี่ปุ่น รวมทั้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ญี่ปุ่นได้รับจากการเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลี

ประเสริฐ จิตติวัฒนพงศ์ ญี่ปุ่น : การแสวงหาฐานะเท่าเทียม กรุงเทพฯคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2526

                เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้ชาวเกาหลีเกลียดชังชาวญี่ปุ่น เนื่องมาจากการที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครองเกาหลีในช่วงสงครามโลก การเข้ายึดครองนี้ ญี่ปุ่นมีความต้องการที่จะทำให้เกาหลีเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น ดังนั้น จึงเป็นการสร้างทัศนคติที่ไม่ดีต่อชาวเกาหลี นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังได้เข้ากอบโกยผลประโยชน์จากเกาหลี ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้เสนอมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ญี่ปุ่นได้รับจากการเข้ายึดครองเกาหลี รวมทั้งทรัพย์สินที่ญี่ปุ่นยึดกลับมายังญี่ปุ่น จนกลายเป็นปัญหาในการเจรจาเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

หนังสือเล่มนี้ได้มีการบรรยายรวมทั้งตารางที่เกี่ยวข้อง และให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นและเกาหลีที่ทำให้เกิดความยุ่งยากในเวลาต่อมา เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้มีความน่าสนใจและมีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งการแกะเสียงจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทยยังได้มีการอิงกับหลักพจนานุกรมที่เชื่อถือได้อีกด้วย

อรอนงค์ เปรมะสกุล การเมืองระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออก กรุงเทพฯ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง2538

                ญี่ปุ่นและเกาหลีได้เป็นคู่สงครามมาเป็นเวลานาน เมื่อสหรัฐอเมริกาจะเข้าสู่สงครามในเวียดนาม ญี่ปุ่นจึงเริ่มมีความสัมพันธ์กับเกาหลีอย่างจริงจัง โดยที่รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่นได้ทำการตกลงเบื้องต้นกับรัฐบาลเกาหลีใต้ที่กรุงโซล

ในการฟื้นฟูสันติภาพกับประเทศทั้งสองมีจุดประสงค์ทางการค้า และเพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังจะทำให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ต่อเกาหลีใต้ด้วย

หนังสือเล่มนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความต้องการของญี่ปุ่นโดยเน้นในประเด็นการค้าและความมั่นคง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการศึกษาในภาพรวมเนื่องจากผู้เขียนไม่ได้ลงรายละเอียดอย่างชัดเจน

John K. Fairbank, Edwin O. Reischauer and Albert M. Craig ,เพ็ชรี สุมิตร(บรรณาธิการ)  เอเชียตะวันออกยุคใหม่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เล่ม 2 กรุงเทพฯ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย, 2518

ในช่วงสงครามเกาหลี เกาหลีใต้ขาดประสบการณ์ทางการเมืองและประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ทั้งยังต้องมีการเพิ่มงบประมาณทางการทหารและการบูรณะประเทศระหว่างสงคราม   ทำให้ผู้นำของเกาหลีมีความพยายามที่จะมีความสัมพันธ์แบบปกติกับญี่ปุ่น เพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้เกิดการประท้วงจากนักศึกษาที่ไม่ต้องการให้ญี่ปุ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนสหรัฐอเมริกาก็ได้ลดความช่วยเหลือลง ส่งผลให้การรวมเกาหลีเป็นเพียงความฝันต่อไป

หนังสือเล่มนี้ได้ มีการเสนอความสำคัญของสงครามเกาหลีที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกาหลีใต้ต้องเปิดความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น รวมทั้งสิ่งที่ทำให้การรวมเกาหลีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกโดยรวม และต้องการศึกษาเนื้อหาที่มีภาพประกอบเหตุการณ์ตลอดเล่ม

สุทธิศักด์ ศรีแตงอ่อน นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อคาบสมุทรเกาหลียุคหลังสงครามเย็น : กรณีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2550

 เน้นในเรื่องความร่วมมือของญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ต่อการจัดการปัญหาและวิกฤตการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นการแสวงหาพันธมิตรในช่วงสงครามเย็นและการที่จะทำให้เกาหลีใต้เข้าร่วมกับญี่ปุ่นเป็นเรื่องมีอุปสรรคจากกระแสภายในประเทศที่ต่อต้านญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก แม้ต่อมา เกาหลีใต้ได้มีความร่วมมือทางความมั่นคงและเศรษฐกิจกับญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีปัญหาจากทัศนคติที่ชาวเกาหลียังมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อญี่ปุ่นที่เคยต้องการรวมเกาหลีเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น

การที่ญี่ปุ่นกับการเกาหลีใต้สามารถร่วมมือกันในได้อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง ทำให้สหรัฐอเมริกาสามารถไว้วางใจได้ในระดับหนึ่งว่าเกาหลีใต้จะไม่กลายเป็นคอมมิวนิสต์ และทำให้มีการปิดล้อมคอมมิวนิสต์จากจีนและสหภาพโซเวียตได้ในระดับหนึ่ง

ชูศักดิ์ ตั้งสกุล นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อการรวมประเทศเกาหลีในยุคหลังสงครามเย็น กรุงเทพฯ : คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2545

วิทยานิพนธ์เล่มนี้ให้ความสำคัญกับอิทธิพลและบทบาทของญี่ปุ่นที่มีต่อคาบสมุทรเกาหลี ซึ่ง ได้เสนอนโยบายและปัจจัยการกำหนดนโยบายในช่วงเวลาต่างๆ

ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ อาจจะมองในเรื่องปัจจัยที่ให้ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายเกาหลีเดียวในช่วงทศวรรษที่ 1960 มาจาก 2 ปัจจัยที่สำคัญ คือ

  1. ญี่ปุ่นต้องดำเนินนโยบายปิดล้อม (containment policy) จากการผลักดันของสหรัฐอเมริกา เพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ โดยญี่ปุ่นดำเนินนโยบายที่ต้องการเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้เพื่อเป็นการปิดล้อมเกาหลีเหนือที่เป็นคอมมิวนิสต์
  2. ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อเกาหลี ส่วนใหญ่เน้นผ่านสนธิสัญญาที่ญี่ปุ่นทำกับสหรัฐอเมริกา โดยที่ญี่ปุ่นมองว่าเกาหลีเป็นรัฐหน้าด่านที่ยับยั้งการแพร่กระจายของคอมมิวนิสต์

วิเชียร อินทะสี Japan’s foreign policy toward Korea during Japanese colonial and Korean independence: วารสารมหาวิทยาลัยนเรศวร, 2550

 นับตั้งแต่ การก่อตั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นสามารถสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ในปี 1963 โดยที่ไม่ได้ดำเนินการกับเกาหลีเหนือ แต่กว่าที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้จะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตได้ต้องเผชิญกับการคัดค้านจากประชาชนทั้งสองฝ่าย เนื่องจากชาวเกาหลีใต้ยังมีความโกรธแค้นต่อการกระทำของญี่ปุ่นในอดีต และต้องการให้ญี่ปุ่นขอโทษอย่างเป็นทางการ ในส่วนของชาวญี่ปุ่นที่คัดค้านก็ด้วยเหตุผลว่า หากญี่ปุ่นสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ก็เท่ากับเป็นการยอมรับการแบ่งเกาหลีออกเป็นสองส่วนอย่างถาวร และจะเป็นอุปสรรคต่อการที่เกาหลีทั้งสองจะกลับมารวมกัน

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีใต้ เนื่องจากอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและผลประโยชน์ที่ญี่ปุ่นจะได้จากเกาหลีใต้ รวมทั้งญี่ปุ่นยังมีความเกรงกลัวต่อภัยคอมมิวนิสต์ จึงได้มีการเร่งรัดกระบวนการสร้างความสัมพันธ์

งานวิจัยฉบับนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีความสนใจในเนื้อหาที่ผ่านการวิเคราะห์ในประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับนโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นที่มีต่อเกาหลี รวมทั้งปัจจัยต่างๆที่ทำให้ญี่ปุ่นมีความจำเป็นต้องเร่งเปิดความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้

Louis D. Hayes Introduction to Japanese politics: An East gate book, 2549

ญี่ปุ่นได้เน้นการลงทุนในเอเชียเนื่องจากเป็นการแสดงถึงความเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค โดยเมื่อญี่ปุ่นเปิดความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้จะเห็นได้ว่าเกาหลีใต้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมากต่อญี่ปุ่น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เกาหลีใต้ก็เป็นส่วนหนี่งของการกำหนดนโยบายของญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นมีมูลค่าการค้าขายกับเกาหลีใต้ในปริมาณสูง

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจในการศึกษาการเมืองของญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ทั้งในประเด็นในประเทศรวมทั้งการต่างประเทศ ซึ่งเป็นการมองในภาพรวมและไม่มีการลงรายละเอียดมากนัก

F.C.LangdonJapan’s foreign policyVancouver: University of British Columbia Press, 2516

เศรษฐกิจญี่ปุ่นเฟื่องฟูเนื่องจากการทำการค้ากับประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะกับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นส่วนที่ญี่ปุ่นได้คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะเปิดความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้อยู่แล้ว ทำให้เห็นได้ว่า ภายใต้การดำเนินนโยบายที่เล็งเห็นความสำคัญทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของญี่ปุ่นค่อนข้างประสบความสำเร็จ

การที่คอมมิวนิสต์ไม่สามารถแพร่เข้าสู่เกาหลีใต้ ในช่วงหลังจากที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นตัดสินใจร่วมมือทางด้านต่างๆ ก็เป็นส่วนที่ทำให้เห็นว่าสิ่งที่ญี่ปุ่นได้คาดการณ์อย่างถูกต้องในระดับหนึ่ง แม้ว่าผลของความสำเร็จบางส่วนมีผลมาจากการที่สหรัฐอเมริกาได้ผลักดันและกดดันให้ญี่ปุ่นและเกาหลีต้องเปิดความสัมพันธ์ทั้งทางการค้าและการทหาร

หนังสือเล่มนี้มีการแสดงข้อมูลโดยการจัดเป็นตารางเป็นจำนวนมากทำให้ง่ายต่อ           การเปรียบเทียบข้อมูล และผู้เขียนได้แยกให้เห็นความแตกต่างของการดำเนินนโยบายของญี่ปุ่นต่อเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน

Shiv Kumar and Saroj Jain History of modern Japan New Delhi: S. Chand & Company Ltd., 2519

ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับทั้ง 2 เกาหลี เป็นเรื่องที่พูดได้ยาก ซึ่งเป็นผลมาจากการล่าอาณานิคมที่ทำให้ญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองเกาหลี ต่อมาเมื่อญี่ปุ่นได้มีความต้องการที่จะช่วยเหลือภาวะความขัดแย้งในเกาหลี โดยการทำสนธิสัญญากับเกาหลีใต้ในปี 1965 โดยทำไปเพื่อสร้างพันธมิตรทางการทหารร่วมระหว่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและเกาหลี ความมั่นคงของเกาหลีใต้ อาจกล่าวได้ว่ามีการพึ่งพิงญี่ปุ่นในระดับหนึ่ง(โดยผ่านการสนับสนุนของสหรัฐอเมริกา) ญี่ปุ่นได้ลงทุนเป็นจำนวนมากในเกาหลีใต้ ทำให้เกาหลีเหนือต้องการบุกเกาหลีใต้เนื่องจากผลกระทบจากสงครามเกาหลี ต่อมาญี่ปุ่นมีความต้องการที่จะเปิดความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ แต่อาจทำให้เกาหลีใต้ไม่พอใจและอาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจที่อยู่ในเกาหลีใต้ได้  จึงทำให้ญี่ปุ่นยังคงมีความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้เพียงประเทศเดียว

Ministry of Foreign Affairs of Japan Diplomatic bluebook Japan:  Ministry of Foreign Affairs of Japan, 2525

 ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้รับอิทธิพลมาจากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งได้ให้ข้อมูลว่าเกาหลีเหนือมีความพยายามหาพันธมิตรจากกลุ่มประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดความกังวลต่อเกาหลีใต้ว่าเกาหลีเหนือจะมีความพยายามในการรุกรานเกาหลีใต้อีกหรือไม่

เนื่องจากเอกสารชิ้นนี้เป็นเอกสารชั้นต้น ทำให้อาจมีอคิติที่ญี่ปุ่นต้องการนำเสนอในมุมมองญี่ปุ่นเพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประชาคมโลก อย่างไรก็ตาม เอกสารชิ้นนี้ มีประโยชน์ในแง่ที่ทำให้สามารถศึกษาถึงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นดำเนินการต่อภูมิภาคต่างๆได้อย่างชัดเจนมากกว่าชิ้นงานที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว

Kenneth J. Haller Japanese international responsibility and contribution to peace and prosperity in the Asia-Pacific region Bangkok: Institute of East Asian Studies, 2539

นักวิชาการเกาหลีวิเคราะห์บทบาทของญี่ปุ่นที่มีต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าในทัศนคติของคนเกาหลี มองว่าญี่ปุ่นมีความต้องการที่จะเข้ามาครอบครองประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้ชาวเกาหลีมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อชาวญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม เมื่อญี่ปุ่นเน้นความสำคัญในเรื่องเศรษฐกิจมากกว่าด้านอื่นก็ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะเกาหลีใต้ ปลดความกังวลออกได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม บทบาทหลักของญี่ปุ่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ยังมีความไม่แน่นอนและ  ไม่มีเสถียรภาพ ทำให้ญี่ปุ่นมีความพยายามเข้ามาจัดการความมั่นคงและความมั่งคั่งของภูมิภาค โดยญี่ปุ่นต้องการที่จะเข้ามาเติมเต็มโดยมีบทบาทนำในภูมิภาค

                 John E. Endicott and William R. Heaton The politics of East Asia: China Japan Korea Colorado: Westview press, 2527

                 คาบสมุทรเกาหลีมีความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือไม่ค่อยมีบทบาทในการเข้าร่วมกับการเมืองโลก รวมทั้งไม่มีโอกาสได้เลือกการดำเนินนโยบายสักเท่าไหร่  เกาหลีเหนือได้เป็นพันธมิตรกับสหภาพโซเวียตซึ่งได้ดำเนินนโยบายทางการเมืองและเศรษฐกิจด้านแบบฉบับคอมมิวนิสต์

หนังสือเล่มนี้เน้นในประเด็นเรื่องนโยบายของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีความขัดแย้งกัน รวมทั้งเสนอให้เห็นทัศนคติและการกำหนดนโยบายในมิติที่แตกต่างกัน

 สรุปย่อการสำรวจองค์ความรู้

Japan’s foreign policy

เขียนขึ้นในปีพ.ศ. 2516 บรรยายถึงบทบาทของญี่ปุ่นโดยเน้นประเด็นทางเศรษฐกิจและความเป็นมหาอำนาจเป็นหลัก และยังแสดงให้เห็นว่าบทบาทของคอมมิวนิสต์เป็นภัยคุกคามที่สำคัญในช่วงสงครามเย็น ซึ่งผู้เขียนมีความคิดเห็นว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ผู้เขียนให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายใน

เอเชียตะวันออกยุคใหม่ : จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน

จัดพิมพ์ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2518        ได้เขียนบรรยายในเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าในเชิงนโยบายระหว่างประเทศ โดยเน้นการเล่าเรื่องตามเนื้อเรื่องประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศในเอเชียตะวันออก ซึ่งในหนังสือเล่มนี้เสนอความสำคัญของสงครามเกาหลีว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีความจำเป็นต้องสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ผู้เขียนยังให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอกที่เป็นภัยคุกคาม  เกาหลีใต้ คือ ภัยคอมมิวนิสต์ แต่ก็มีความสนใจในประเด็นสงครามเกาหลีว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการดำเนินนโยบายของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังมีการใช้รูปภาพและแผนที่ประกอบการบรรยายทำให้น่าติดตามและทำให้เข้าใจประเด็นต่างๆเข้าใจมากยิ่งขึ้น

History of modern Japan

จัดพิมพ์ในปีพ.ศ. 2519 เน้นถึงความสำคัญของคาบสมุทรเกาหลีที่ทำให้ญี่ปุ่นมีความต้องการที่จะสถาปนาความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อญี่ปุ่น เนื่องจากมีพื้นที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่แตกต่างจากงานเขียนที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่าปัจจัยทางด้าน “ภูมิรัฐศาสตร์” เริ่มมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์และกำหนดนโยบายต่างประเทศ และยังได้เสนอท่าทีของเกาหลีเหนือว่ามีอยู่ในทิศทางที่สวนกับท่าทีที่ญี่ปุ่นมีต่อเกาหลีใต้ ซึ่งก็เป็นประเด็นใหม่ที่ผู้เขียนเขียนแตกต่างจากผู้เขียนในเล่มที่ผ่านมา

Diplomatic blueprint: review of recent documents in Japan’s foreign relations

จากกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นที่เขียนขึ้นในปีพ.ศ. 2525 เสนอในมุมมองที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นการรายงานผลการดำเนินงานของกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งนโยบายต่างประเทศที่ญี่ปุ่นใช้ในการเดินเกมส์ทางการทูต ซึ่งเปรียบเสมือนต้นฉบับที่จะต้องถูกนำไปวิเคราะห์และยกตัวอย่างประกอบต่อไป

ญี่ปุ่น การแสวงหา…

พิมพ์เป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2525 เน้นในประเด็นความสำคัญทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ซึ่งทำให้เห็นได้ชัดว่า ญี่ปุ่นต้องการพัฒนาประเทศด้วยการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมากกว่าส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ ยังเสนอประเด็นที่ต่างไปในแง่ประวัติศาสตร์ คือ ทำให้เห็นปัญหาที่ทำให้คนเกาหลีต่อต้านและไม่ต้องการจะสถาปนาความสัมพันธ์กับคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะได้รับการนำไปกล่าวถึงอีกบ่อยครั้งในเอกสารชิ้นต่อๆไป เพื่อเสนอปัญหาที่ทำให้เกิดความชะงักงันของการเปิดความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

The politics of East Asia: China Japan Korea

จัดพิมพ์ในปี พ.ศ. 2527 ผู้เขียนได้เสนอการดำเนินนโยบายต่างประเทศของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในรูปแบบการเปรียบเทียบซึ่งแตกต่างจากงานเขียนชิ้นอื่น การเขียนในรูปแบบนี้ทำให้สามารถเปรียบเทียบการดำเนินนโยบายของทั้ง  สองประเทศต่อญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆอย่างชัดเจน รวมทั้งการศึกษานโยบายต่างประเทศของประเทศทั้งสอง ยังแสดงเห็นถึงทัศนคติที่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ศึกษาสามารถเข้าใจปัจจัยการดำเนินนโยบายของคาบสมุทรเกาหลีที่มีความขัดแย้งกันได้ชัดเจนขึ้น

การเมืองและนโยบายต่างประเทศญี่ปุ่น

จัดพิมพ์ปี พ.ศ.2533 ผู้เขียนได้เน้นความสำคัญของคาบสมุทรเกาหลีในแง่ยุทธศาสตร์ความมั่นคง ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้เสนอให้เห็นบทบาทของสหรัฐอเมริกาที่ค่อนข้างชัดเจนมากกว่าเล่มที่ผ่านๆมาว่าญี่ปุ่นมีความต้องการที่จะดำเนินนโยบายที่ค่อนข้างเสรีจากสหรัฐอเมริกาแต่ไม่สามารถที่จะดำเนินนโยบายใดๆเองได้ รวมทั้ง สหรัฐอเมริกายังเปรียบเสมือนผู้ที่คุ้มครองญี่ปุ่นอยู่ ทำให้ญี่ปุ่นยอมทำตามนโยบายที่สหรัฐอเมริกาต้องการให้ญี่ปุ่นสถาปนาความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้

การเมืองระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออก

พิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2538 ได้เน้นประเด็นความสัมพันธ์ในคาบสมุทรเกาหลี โดยเสนอความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ที่หนังสือในช่วงก่อนหน้านี้ไม่ได้ให้ความสนใจแต่อย่างใด หนังสือเล่มนี้ยังได้เสนอจุดประสงค์ที่ญี่ปุ่นต้องการเข้ามาสถาปนาความสัมพันธ์กับคาบสมุทรเกาหลีโดยเฉพาะ เกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อการศึกษาในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้

Japanese international responsibility and contribution to peace and prosperity in Asia-Pacific region

จัดพิมพ์ในปีพ.ศ.2539 เสนอในรูปแบบงานสัมมนาวิชาการ ซึ่งเป็นรูปแบบงานวิชาการที่ใหม่กว่าที่ผ่านๆมาก เพื่อเสนอการประมวลและระดมความรู้เกี่ยวกับบทบาทของญี่ปุ่นในประเด็นความมั่นคงและมั่งคั่ง ซึ่งเปรียบเสมือนการรวบรวมองค์ความรู้ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากยิ่งขึ้น

ญี่ปุ่น : การเมืองและนโยบายต่างประเทศ

จัดพิมพ์ในปีพ.ศ. 2542 ได้เน้นประเด็นเรื่องความสำคัญของคาบสมุทรเกาหลีดังที่เคยมีกล่าวมา ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์เป็นปัจจัยหนึ่งในการดำเนินนโยบายสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ พร้อมทั้งยังเสนอถึงบทบาทของสหรัฐอเมริกาที่มีอิทธิพลเหนือการดำเนินนโยบายต่างๆของญี่ปุ่นในสมัยนั้น

นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อการรวมประเทศเกาหลีในยุคหลังสงครามเย็น

จัดพิมพ์ในปีพ.ศ. 2545 ได้เน้นถึงนโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นที่มีต่อการรวมเกาหลี ซึ่งได้เสนอว่าเกาหลีเป็น “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ของญี่ปุ่น ทำให้เห็นว่า ผู้เขียนต้องการที่จะเสนอว่าญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเกาหลีใต้ไม่เพียงแต่ในด้านเศรษฐกิจ หากแต่ญี่ปุ่นมองว่าเกาหลีมีความสำคัญต่อญี่ปุ่นในทุกๆด้าน ทั้งในประเด็นเรื่องความมั่นคง ความมั่งคั่ง  ทางด้านสังคม และการเป็นพันธมิตร

Introduction to Japanese politics

จัดพิมพ์ในปีพ.ศ. 2549 เน้นถึงความสำคัญของเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นมีความต้องการที่จะสถาปนาความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ ซึ่งหากศึกษาประเด็นนี้จะเห็นได้ว่าเป็นปัจจัยหลักที่มีการกล่าวถึงมาเป็นเวลานาน และปัจจัยส่วนนี่นี้เองที่ทำให้ญี่ปุ่นสามารถก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นการเสนอความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจในอดีตของญี่ปุ่นกับความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกๆ

นโยบายต่างประเทศญี่ปุ่น : ความต่อเนื่องและความเปลี่ยนแปลง

จัดพิมพ์ในปีพ.ศ. 2549 การนำเสนอข้อมูลในมิติที่ทำให้เห็นถึงการวิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น โดยเฉพาะการอ้างอิงตารางที่ทำให้เห็นข้อมูลเชิงเปรียบเทียบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้เขียนเน้นในเรื่องทางด้านการเมืองและความมั่นคงมากกว่าทางเศรษฐกิจ โดยยังคงใช้ลักษณะทาง “ภูมิรัฐศาสตร์” มาเป็นตัวอธิบายความสำคัญของคาบสมุทรเกาหลีที่ทำให้ญี่ปุ่นมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายเชิงรุก

Japan’s foreign policy toward Korea during Japanese colonial and Korean independence

จัดพิมพ์ในปีพ.ศ. 2550 เน้นในประเด็นความจำเป็นของญี่ปุ่นที่จะต้องเปิดความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้โดยเสนอปัจจัยที่ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยทางด้านการเมือง ทางด้านเศรษฐกิจ และทางด้านสังคม โดยยังเน้นปัจจัยหลักในเรื่องภัยคอมมิวนิสต์ และการที่ญี่ปุ่นมีความเป็นพันธมิตรร่วมกับสหรัฐอเมริกาอย่างเหนียวแน่น

นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อคาบสมุทรเกาหลียุคหลังสงครามเย็น : กรณีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ

เป็นภาคนิพนธ์ที่จัดทำขึ้นปี พ.ศ. 2550 เน้นในประเด็นความร่วมมือของสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในการจัดการวิกฤตการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นการสรุปให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของความร่วมมือระหว่างทั้งสามประเทศอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

นโยบายต่างประเทศญี่ปุ่นต่อเกาหลี ในช่วงการยึดครองและช่วงหลังการได้รับเอกราชจากญี่ปุ่น

รายงานการวิจัยที่มีการเผยแพร่ในปีพ.ศ.2551 ผู้เขียนได้สรุปองค์ประกอบทั้งภายในและภายนอกของญี่ปุ่นที่เป็นปัญหาต่อการสถาปนาความสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอของประโยชน์ของแต่ละฝ่ายที่ได้รับจากการสร้างสัมพันธไมตรีของทั้งสองประเทศ ซึ่งผ่านการวิเคราะห์และสรุปเป็นองค์ความรู้ที่ค่อนข้างครอบคลุมในประเด็นดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้น

บรรณานุกรม

 ภาษาไทย

 John K. Fairbank, Edwin O. Reischauer and Albert M. Craig ,เพ็ชรี สุมิตร(บรรณาธิการ)  เอเชียตะวันออกยุคใหม่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เล่ม 2 กรุงเทพฯ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย, 2518

 

ชูศักดิ์ ตั้งสกุล นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อการรวมประเทศเกาหลีในยุคหลังสงครามเย็น กรุงเทพฯ : คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2545

ไชยวัฒน์ ค้ำชู นโยบายต่างประเทศญี่ปุ่น ความต่อเนื่องและความเปลี่ยนแปลง กรุงเทพฯ: สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประเสริฐ จิตติวัฒนพงศ์ การเมืองและนโยบายต่างประเทศญี่ปุ่น กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2533

ประเสริฐ จิตติวัฒนพงศ์ ญี่ปุ่น : การแสวงหาฐานะเท่าเทียม กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2526

วิเชียร อินทะสี นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อเกาหลี ในช่วงการยึดครองและช่วงหลังการได้รับเอกราชจากญี่ปุ่น ปทุมธานี: สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2551

ศิริพร วัชชวัลคุ    ญี่ปุ่น : การเมืองและนโยบายต่างประเทศ กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สุทธิศักด์ ศรีแตงอ่อน นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นต่อคาบสมุทรเกาหลียุคหลังสงครามเย็น : กรณีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเกาหลีเหนือ กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2550

อรอนงค์ เปรมะสกุล การเมืองระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออก กรุงเทพฯ : ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2538

ภาษาอังกฤษ

F.C.Langdon Japan’s foreign policy Vancouver: University of British Columbia Press, 1973

John E. Endicott and William R. Heaton The politics of East Asia: China Japan Korea Colorado: Westview press, 1984

Kenneth J. Haller Japanese international responsibility and contribution to peace and prosperity in the Asia-Pacific region Bangkok: Institute of East Asian Studies, 1995

Louis D. Hayes Introduction to Japanese politics: An East gate book, 2006

Ministry of Foreign Affairs of Japan Diplomatic bluebook Japan:  Ministry of Foreign Affairs of Japan, 1982

Shiv Kumar and Saroj Jain History of modern Japan New Delhi: S. Chand & Company Ltd., 1976

วิเชียร อินทะสี Japan’s foreign policy toward Korea during Japanese colonial and Korean independence: วารสารมหาวิทยาลัยนเรศวร, 2550

My original text was published : http://www.liknice.wordpress.com

OCTOBER 18, 2012

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s