การระดมแรงงานยุคโบราณในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรณีศึกษา ประเทศพม่า

ความเป็นทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีความสัมพันธ์กับการระดมแรงงานของประมุขในอดีต เนื่องจาก ในอดีตนั้นไม่มี “แรงงานอิสระ” ทำให้ทาสเป็นสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่ง และอาจกล่าวได้ว่าสำคัญที่สุด ความสัมพันธ์ในแนวตั้งนี้ เป็นการแสดงถึงอำนาจและสถานภาพของผู้ที่มีอำนาจ และการซื้อขายจะต่อรองกันในรูปของเงินตรา

การเป็นทาสนั้นเป็นเรื่องที่หนักหน่วง เนื่องจากไม่สามารถจะออกจากการเป็นทาสได้ อย่างไรก็ตาม ก็มีทาสบางจำพวก เช่น ทาสสินไถ่ที่จะเป็นแค่เพียงในช่วงเวลาที่ต้องไถ่ตัวเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญเนื่องจากจะสะท้อนให้เข้าใจถึงลักษณะตามธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาจกล่าวได้ว่า ในช่วงแรกๆนั้น พ่อค้าชาวยุโรปได้พยายามจ้างแรงงานตามท่าเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่รู้สึกว่าราคาแพงกว่าค่าจ้างโดยทั่วไป การที่ค่าจ้างมีราคาแพงนั้นเป็นเพราะไม่มีแรงงานอิสระ ยกเว้นจะมีแรงงานชาวจีนบ้างเป็นครั้งคราว ถ้าเป็นแรงงานพื้นเมืองต้องจ้างผ่านเจ้านายของทาสอีกทีหนึ่ง และแม้ว่าจะเสนอราคามากมายเพียงใดก็ไม่สามารถจ้างคนพื้นเมืองมาทำหน้าที่แทนทาสได้ เพราะเห็นว่าเป็นงานของทาส

ความสำคัญของทาสนั้นอาจเห็นได้จากการที่มีประมวลกฎหมายโดยเฉพาะ ทั้งการเข้าเป็นทาส การจ่ายเงินให้ทาส การเลิกเป็นทาส ฯลฯ หนทางการเข้าเป็นทาสนั้นอาจจัดได้เป็น 5 ระบบ ดังนี้

1.สืบต่อการเป็นทาสจากพ่อแม่

2.ขายให้เป็นทาสโดยพ่อแม่ สามี หรือตัวเอง

3.ถูกจับในสงคราม

4.การลงโทษโดยศาล(หรือไม่สามารถจ่ายค่าปรับ)

5.ไม่สามารถชำระหนี้สิน

การไม่สามารถชำระหนี้สิน ไม่ว่าจะเกิดจากการค้าขาย การไม่สามารถจ่ายค่าสินสอด อย่างไรก็ตาม ก็มีการขายตัวเองด้วยความเต็มใจ อาจเป็นเพราะการที่กษัตริย์ต้องการที่จะเพิ่มจำนวนราษฎรใต้การควบคุมโดยตรง การที่โดนเกณฑ์ไปทำงานหลวงนั้น ทำให้มีการหนีเข้าเป็นทาสของขุนนางเป็นจำนวนมาก

แรงงานส่วนใหญ่ได้มาจากการค้าหรือการรบ ทาสเปรียบเสมือนสินค้าสำคัญ โดยที่รัฐขนาดจิ๋วจะเป็นผู้ส่งออกทาสเป็นจำนวนมาก และชวาเป็นผู้ส่งออกทาสรายใหญ่ที่สุดจากการที่มีสงครามการเปลี่ยนมานับถืออิสลาม แต่ต่อมาเมื่อชวาเปลี่ยนเป็นอิสลาม(ที่มีกฎห้ามค้าทาสอิสลาม) จึงได้ไปต้อนทาสจากเมืองท่าที่เป็นฮินดู

ในบางพื้นที่นั้นจะมีเรื่องพื้นเมืองเป็นเครื่องพันธนาการ เช่น มีพื้นหลังว่าไม่ร่วมอยู่กินกับชาวพื้นเมือง แต่ก็มีการเข้ามาแทนที่โดยทาสรุ่นใหม่ ทำให้รุ่นที่เข้ามาก่อนนั้นผสมกลมกลืนกับชนพื้นเมือง ต่อมาเมื่อมีการขยายตัวของวัฒนธรรมเมืองก็ทำให้มีปัญหาความขัดแย้งของพ่อค้าที่มาจากหลากหลายพื้นที่ที่ต้องการใช้กฎหมายรักษาทาสของตนในฐานะทรัพย์สิน ทำให้ตัวประมวลกฎหมายต่างๆในพื้นที่นี้ให้ความสนใจเรื่องทาสเป็นอย่างมาก

แต่หากศึกษาดูแล้วจะเห็นได้ว่า การใช้ทาสนั้นก็ได้ให้ผลตอบแทนแก่ทาสอยู่บ้าง เช่น การที่ทำผ้าเหลือก็สามารถเอาขายได้ การที่บุกเบิกที่ดินทำกินใหม่ๆ การขุดเหมืองแร่ให้เจ้านายในปริมาณที่กำหนดและส่วนที่เหลือ สามารถนำไปขายเองได้ ระบบพันธนาการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทำให้การโยกย้ายแรงงานคล่องตัวมากตามคำสั่งของอภิชน การเคลื่อนย้ายเป็นบริเวณกว้าง แรงงานส่วนใหญ่มักจะต้องเข้ามาช่วยในการรบ แต่ในช่วงสงบสุขนั้นเป็นช่วงที่ระดมพลได้ยากมากต้องใช้ความสามารถของกษัตริย์

ในการก่อสร้างป้อมปราการและพระราชวังนั้น ได้ใช้ทาสระดับต่ำสุด แต่ว่าก็ลดภาระการเลี้ยงดูโดยให้ว่างงานครึ่งวันเพื่อทำงานเลี้ยงตัวเอง

อย่างไรก็ตามก็คงจะไม่ถูกต้องที่จะระบุว่าระบบสังคมและเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแบบฟิวดัลหรือระบบทาส เพราะฟิวดัลจะมีเงื่อนไขอิสรภาพที่กฎหมายรับรอง แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้ความจงรักภักดีที่มีต่อเจ้านายมากกว่า

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด อาจสรุปได้ว่า โครงสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นพื้นฐานของพลเมืองท้องถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น มีความสัมพันธ์กับเรื่องความผูกพันระหว่างชนชั้นนำ-ทาส โดยทำให้เห็นว่า ทาสนั้นไม่ได้อยู่นอกสังคนที่มีอยู่ หรืออยู่ในอีกโลกหนึ่ง แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เนื่องจากได้เกิดมาในสถานะที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าจะมีในบางกรณีที่ทาสนั้นได้เป็นผู้เลือกเข้าเป็นทาส และองค์ประกอบต่างๆของสังคมที่ได้เป็นตัวกำหนดถึงความเข้มงวด หรือ ยืดหยุ่นของกฎเกณฑ์ในสมัยนั้นๆ โดยเฉพาะลักษณะของประมุขของรัฐ

 

โครงสร้างสังคมพม่าก่อนตกเป็นอาณานิคม

ก่อนที่พม่าจะได้รับอิทธิพลทางด้านการปกครองจากอังกฤษ เมื่อได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอินเดียที่อังกฤษปกครองนั้น โครงสร้างทางสังคมของพม่าอาจกล่าวได้ว่ามีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัว นั่นก็คือ การมีระบบกษัตริย์ ศาสนาพุทธ เมียวทุคยี(เจ้าเมือง) และประชาชน

เจ้าเมือง คือกลุ่มขุนนางข้าราชการที่ปกครองดูแลประชาชนตามระบบไพร่ ทาส เครือญาติระบบอุปถัมภ์ ส่วนประชาชน มีทั้งที่เป็นเสรีชนและเป็นทาส ซึ่งเสรีชนมี 2 พวก คือ อามูดัน กับอทิ ส่วนทาสจะมี ทาสที่รับใช้นาย เรียกว่า คยูนและ ทาสวัด เรียกว่า พยาคยูน โครงสร้างทั้ง 3 ส่วนที่ได้กล่าวมานี้ ทำให้สังคมพม่ามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีความเข้มแข็งภายในสังคม ภายใต้ระบบความเชื่อแบบพุทธศาสนาที่เปรียบเหมือนแก่นของสังคมพม่าเลยทีเดียว

พม่าสมัยโบราณนั้น มีคนจำนวนน้อย การควบคุมหรือการเกณฑ์แรงงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อมีการควบคุมแรงงานจะทำให้เกิดการเกณฑ์แรงงานหรือเรียกอีกอย่างว่า “ระบบไพร่” การเกณฑ์แรงงานนี้ได้สร้างประโยชน์ต่อทั้งผู้เกณฑ์แรงงานและผู้ถูกเกณฑ์แรงงาน คือ

–          ผู้เกณฑ์แรงงาน จะได้ประโยชน์จากผลผลิตและได้รับความสะดวกในการจัดสรรผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งที่เป็นสาธารณประโยชน์ หรือประโยชน์ส่วนตัว

–          ผู้ให้ถูกเกณฑ์แรงงาน ได้รับความคุ้มครอง มีที่ทำกินและมีงานทำ อีกทั้งยังสามารถดำเนินชีวิตอย่างสะดวกสบาย

จากที่ได้กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่า พม่าในสมัยนั้นมีความผูกพันกันในแบบระบบอุปถัมภ์ และการแบ่งระดับของไพร่และทาสนั้นก็ได้ทำให้มีการแจกแจงงานและบทบาท ทั้งหมดจะมีตำแหน่งสูงต่ำลดหลั่นกันไป สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ มีการต้อนคนจากต่างดินแดน หรือเรียกอีกอย่างว่าเชลย เมื่อชนะสงครามทำให้เกิดกลุ่มทาส

ไพร่

  1. อามูดัน เป็นพวกที่ต้องรับใช้ราชการเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ทางด้านชลประทาน มีหน้าที่รับใช้ราชการและได้รับยกเว้นการเสียภาษีรายหัว นอกจากนี้ยังต้องเกณฑ์แรงงาน 3-4 เดือนต่อปีซึ่งขึ้นตรงต่อกษัตริย์ หน้าที่เมื่อมีการเกณฑ์มักเป็นการขุดคูคลอง หรือเป็นกองทัพ ส่วนนี้คล้ายกับไพร่ของหลวงของไทย
  2. อทิ          เป็นไพร่ของมูลนาย หรืออาจเรียกว่าเป็นไพร่สมของไทย ต้องขึ้นต่อนายคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ต้องเสียภาษีรายหัวให้แก่รัฐแทนการเกณฑ์แรงงาน พวกช่างฝีมือและพ่อค้ารวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน

อามูดันจะมีฐานะดีกว่าอทิ และอยู่ใกล้เมืองหลวงมากกว่า ได้รับอภิสิทธิ์ให้ใช้ที่ดินของกษัตริย์ และอภิสิทธิ์อื่นๆ ส่วนพวกอทิจะอยู่ในบริ้วณพม่าตอนใต้ และมีเชื้อสายพม่าน้อยมาก

ทาส

  1. คยูน คือ ทาส มีทั้งแบบที่สืบทอดในตระกูล และไม่ สืบทอด เช่น ลูกหนี้ หรือเชลยศึก ราคาทาสนั้นจะมีการประมูลกันในตลาดการประมูล ทาสที่หลบหนีจะมีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมาย ผิดสัญญาแพ่งชำระหนี้ แต่จะไม่มีความผิดทางอาญา ทาสมีสิทธิ์ที่จะได้อาหาร เสื้อผ้า การดูแลเมื่อเจ็บป่วย และสวัสดิการที่ดีจากนาย
  2. พยาคยูน เป็นทาสที่สมัครใจเป็นข้าของสงฆ์ เพราะหวังจะได้บุญกุศล หรือไม่ก็ได้มาจากการบริจาค โดยที่เจ้านายได้ยกทั้งที่ดินและผู้คนให้วัดโดยหวังผลบุญ ทาสกลุ่มนี้ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีรายหัว และการเกณฑ์แรงงานหลวง ทำให้ทาสพวกนี้มีเป็นจำนวนมาก

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทำให้เห็นระบบและลำดับการจัดการปกครองของพม่าในอดีต หรือช่วงก่อนที่อังกฤษจะพยายามเข้ามาปกครองพม่า การปกครองของพม่านั้นมีเหตุปัจจัยมาจากข้อจำกัด คือ มีประชากรจำนวนน้อย และอีกประการก็คือ ความเชื่อทางด้านพุทธศาสนาที่ได้ทำให้เกิดการรวมตัว นอกจากนี้ การอยู่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ได้ทำให้เกิดความสะดวกในการเรียกคนมาใช้ในการสงคราม หรือ ทำงานหลวง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นจากโครงสร้างที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น คือ การที่ขุนนางก็มีกลุ่มไพร่ในสังกัด ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า บรรดาเจ้านายหรือว่าขุนนางก็มัอิทธิพลในสังคมไม่มากก็น้อย ส่วนทาสนั้นส่วนใหญ่ก็มักมาจากการต้อนเชลย หรือ มาจากความเชื่อทางศาสนา

ข้าพเจ้าคิดว่า การศึกษาโครงสร้างอำนาจของการเมืองภายใน เป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากทำให้เห็นถึงระบบการทำงาน รวมถึง ความเชื่อ ความเคารพ และการจัดการของสังคมนั้นๆ ซึ่งส่วนนี้จะส่งผลต่อความมั่นคง และความมั่วคั้ง อีกทั้งยังส่งผลสืบเนื่องมาสู่ยุคต่อๆมา การศึกษานี้จะเปรียบเสมือนการปูความเข้าใจพื้นฐานว่าพม่าได้สร้างระบบความเชื่ออย่างไรในตอนเริ่มต้น ก่อนที่จะเกิดความรู้สึกชาตินิยม และต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชในเวลาต่อมา

  

บรรณานุกรม

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ฉลาดชาย รมิตานนท์ วิระดา สมสวัสดิ์: พม่า: อดีตและปัจจุบัน, เชียงใหม่ 2526.

บุญเทียม พลายชมภู: พม่า : ประวัติศาสตร์ อารยธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์ 2549.

มิลตัน ออสบอร์น: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้สังเขปประวัติศาสตร์, กรุงเทพฯ 2544

แอนโทนี รีด: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคการค้า ค.ศ.1450-1680 เล่ม1 ดินแดนใต้ลม, กรุงเทพฯ 2548.

First published : http://www.liknice.wordpress.com

MARCH 31, 2012

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s