[Kuk’s Diary] Day 3 : A Day

ช่วงชีวิตวันอาทิตย์ของฉันเป็นช่วงชีวิตที่มักเต็มไปด้วยการเดินทาง การเดินทางของสิ่งมีชีวิตอณูหนึ่งที่เต็มไปด้วยความฝัน ความต้องการ และความเพ้อเจ้อ ช่วงเช้าของทุกวันอาทิตย์ ฉันมีนัดกับคุณครูสอนภาษาอังกฤษวัยใกล้เกษียณ เปิดคลาสสอนวิธีการเขียนภาษาอังกฤษให้สวยงาม โดนใจผู้อ่าน (ด้วยแรงดึงดูดของโลก หนังตาบนฉันมักจะร่วงมาติดกับตาล่างอยู่เป็นประจำ) ปกติ ฉันจะแบกเป้ใบเบอเร่อ กระโดดขึ้นรถเมล์สองสามต่อไปเรียนด้วยตัวเอง แต่วันนี้ ทริปของฉันแปลกใหม่ และเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าประทับใจ

 

พ่อปลุกฉันตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้า บอกวันนี้พ่อจะไปธุระแถวๆจรัญสนิทวงศ์ ถ้าจะติดรถไปด้วยให้ออกไปพร้อมกัน ด้วยความขี้เกียจ(โรคประจำตัว) เลยลุกจากที่นอนทั้งที่ยังงัวเงีย ร่างกายส่งเสียงประท้วงขอเวลานอนเพิ่มตามที่ควรจะได้รับในเช้าวันอาทิตย์ แม้ว่าสมองและหัวใจยังทะเลาะกันอยู่ แต่ร่างกายเดินไปให้อาหารมื้อเช้ากับปลาน้อยสองตัว คุยกับตัวเล็กได้ไม่กี่คำ พ่อก็ตะโกนมาเร่งให้รีบไป

 

รถกระบะ เคลื่อนล้อออกคอนโด เวลา 6.30 น. ไม่ขาดไม่เกิน พ่อบ่นเรื่องรถติดเหมือนทุกครั้ง (ทั้งๆที่วันนี้รถไม่ติด) นั่งรถเลียบคลองประปา ฉันต้องชะเง้อมองน้ำในคลองทุกครั้ง (น้ำที่ฉันอาบทุกวันทำไมสีมันเป็นแบบนี้) หลังจากนั้นไม่เกิน 15 นาที พ่อโยนฉันลงที่ตีนสะพานกรุงธน บอกให้หารถต่อไปสนามหลวงเอาเอง สมองเล็กๆของฉันเริ่มประมวลผล… ถ้าฉันเดินไปท่าพระจันทร์ล่ะ น่าจะไม่ไกลละมั้ง… แต่หลังจากแอบเปิด google map ดู ก็คิดได้ว่าการเดินกว่า 4 กิโลเมตรไปเรียนเป็นเรื่องบ้าบอเกินไป แต่ก็ตัดสินใจลองเดินข้ามสะพานกรุงธนดู ยังไงวันนี้มีโอกาสมาถึงตรงนี้แล้ว ใช่.. ฉันทะเลาะกับตัวเองอยู่ตรงนั้นนานกว่า 5 นาที น้องแมวมายืนมอง เอ๊ะ พี่จะไปไหน ฉันเลยเสียเวลาคุยกับน้องเหมียวอีกแป๊บนึงก่อนบอกลาแล้วเดินขึ้นสะพาน ระหว่างนั้น สังเกตเห็นพี่ๆนักวิ่ง พี่ๆจักรยาน ผ่านไปหลายคน ด้วยอัตราเร็วที่ดูบ้าพลัง แต่ฉันตั้งใจจะเดินให้ช้าที่สุด จะเก็บทุกความรู้สึก จะให้ลมบนสะพานพัดผ่านทุกความรู้สึกของฉัน พลางก็หยิบหูฟัง เปิดเพลงที่ช้าที่สุดที่มี (วนเพลงเดียวตามสไตล์คนคิดอะไรซ้ำซาก) แล้วออกเดิน…

 

บนสะพานเมื่อเช้า บรรยากาศ อากาศ แสง และเพื่อนร่วมทาง ทำให้ฉันล่องลอย ฉันแค่รู้สึกเหมือนตัวเองเดินข้ามแม่น้ำ ฉันแค่รู้สึกว่าคนที่วิ่งสวนไปเขาก็มีความสุขเหมือนฉัน แม้แต่คนที่มาตกปลาก็ยังมองแม่น้ำแล้วยิ้ม ตอนนั้นเอง ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่า พวกเขายิ้มจริงๆ หรือหัวใจฉันยิ้มจนทำให้ทุกอย่างในโลกยิ้มตามไปด้วย เวลามีความสุขฉันมักจะก้าวเร็วขึ้น แต่สั้นลง เพลงช้าที่ฟังเริ่มไม่ส่งผลกับจังหวะการเดินแบบทุกครั้ง ฉันประหลาดใจตัวเองเหมือนกัน ที่ปลายสุดสะพาน มีศาลเจ้าสีแดงสดใสจนทำให้ต้องมองตาม มีอาม่า อาแปะ เดินเข้าไปไม่กี่คน ศาลเจ้าดูไม่ครึกครื้นเท่าที่ฉันเคยไปช่วงไหว้บรรพบุรุษ บรรยากาศเงียบเหงาอีกแล้ว ความเหงากลับมาอีกแล้ว ป้ายเล็กๆหน้าศาลเจ้า ระบุชื่อชุมชน ฉันเอาสมุดออกมาจด เป็นการ check in ว่า “ฉันมาหาแกแล้วนะ ครั้งหน้าจะมาใหม่” ฉันเดินต่อไปอีกหน่อยก็เจอป้ายรถเมล์ กระโดดขึ้นรถเมล์สายคุ้นเคยไปลงปิ่นเกล้า

ระหว่างนั่งรถเมล์ ก็ชั่งใจอยู่ตลอดทางว่าจะนั่งรถเมล์ไปลงสนามหลวงเลย หรือว่านั่งเรือข้ามฟากดี แล้วด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างหนึ่ง (จริงๆไม่มีเหตุผล) ฉันเลือกเรือข้ามฟาก  และระหว่างทางไปศิริราช รถเคลื่อนตัวผ่านสะพานอรุณอมรินทร์ ที่เคยมาสอนหนังสือน้องๆ นึกถึงหน้าน้องต้นขึ้นมาลอยๆ เด็กผู้ชายหัวไว ฉลาดแกมโกง ขอทานข้างวัด นอนใต้สะพาน จะเป็นอย่างไรบ้างนะ วันนี้น้องจะขอตังค์ได้กี่บาท น้องจะได้ทานข้าวหรือยัง… จังหวะนั้นเกือบจะตัดสินใจลงจากรถแล้วเดินกลับไปหาน้องที่วัด แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเลยต้องเดินทางไปตามภาระหน้าที่มากกว่าความต้องการของหัวใจ ฉันจึงหันหลังกลับ การเดินผ่านวังหลัง ตอน เจ็ดโมงนิดๆ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เช้าไป ร้านค้าส่วนใหญ่ยังมีแต่แผงเปล่า พ่อค้าแม่ค้ายังวุ่นวายจัดแจงหาข้าวของมาขาย เช้าๆ ที่นี่ก็วุ่นวายดีนะ

กลิ่นจาโก้ย (ภาษาท้องถิ่นภาคใต้ แปลว่า ปาท่องโก๋) ลอยมา อื้อ หอมจัง เมื่อมองเห็นสีแป้งจาโก้ยที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลน่าอร่อยลอยอยู่ในกระทะที่เต็มไปด้วยน้ำมันเดือดๆ ซื้อทานสักสองคู่ดีกว่า ^^ แต่คิวที่รอทำให้ล้มความตั้งใจ ร้านนี้คงอร่อยมากแถวยาวแค่ไหนก็มีคนรอต่อแถว… ฉันยอมแพ้ให้กับความตั้งใจของประชาชนกลุ่มนี้ ฉันเดินต่อไป หยอดเหรียญ 3 บาทแล้วรอเรือข้ามไปท่าพระจันทร์

เรือมาเทียบท่าแทบทันทีที่จะฉันเดินไปถึงโปะ ฉันชอบวิ่งบนโปะ (ถึงแม้จะรู้ว่าอันตราย) ผู้โดยสารคนหนึ่งที่ข้ามมาจากอีกฝั่งสะดุดตาขึ้นมา พี่เขาหิ้วจักรยานสีขาวคันใหญ่ขึ้นเรือมา ฉันคิดว่าควรจะให้พี่เขาลงจากเรือก่อน หรือฉันควรจะขึ้นก่อน พี่เขาจะหิ้วข้ามมาได้ใช่มั้ย และสุดท้ายระหว่างที่ฉันคิดและยังตัดสินใจไม่ได่ เขาก็เหมือนหลีกทางให้ฉันกระโดดขึ้นเรือก่อน แล้วค่อยๆเข็นจักรยานออกไป ดึงดูดจัง ทำไมจักรยานคันนั้นถึงดึงดูดสายตาฉันขนาดนี้ หลังจากเรียกสติตัวเองกลับมา หยิบมือถือมาถ่ายรูปธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ (เสียงเพลงพระราชนิพนธ์ ยูงทอง เริ่มก้องในหัวแทนเพลงฝรั่งมังค่าที่ฟังอยู่) ฉันรู้สึกเป็นอิสระ ฉันยิ้ม ฉันมีความสุข….

เพื่อจะไม่ให้น่าเบื่อ(ไปมากกว่านี้) จะเล่าถึงทริปช่วงบ่ายเลยละกัน เพื่อนร่วมทริปมาถึงประมาณเกือบบ่ายสอง เดินจากธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ไปถนนดินสอ วันนี้มีนัดกับร้านอาหารมังสวิรัติที่ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพฯ ชื่อ ร้านอร่อย อาม่าคนขายกำลังเตรียมของก๊อกแก๊กๆอยู่ในร้าน ตั้งแต่ทานมังสวิรัติมา อาหารร้านนี้จัดว่ารสชาติเข้มข้นมากกว่าร้านมังสวิรัติทั่วไป (ปกติ อาหารมังสวิรัติจะเน้นไปทางจืดเสียเป็นส่วนใหญ่) เมนูที่ลองคือ “ก๋วยจั๊บ” เมนูโปรด รสชาติถือว่าใช้ได้ ถ้วยใหญ่เครื่องเยอะ เพื่อนคู่ใจสั่งข้าวราดจับฉ่ายและห่อหมก รสชาติก็ถือว่าโอเค (แอบแย่งเพื่อนทานไปเยอะเลย) บรรยากาศในร้าน ทำให้รู้ว่า ร้านนี้อาม่าขายแบบชิลๆ ไม่ได้เร่งรีบ ทำไปขายไป ลูกค้ามาเรื่อยๆ ร้านเงียบบ้างคึกคักบ้างตามประสา

ก๋วยจั๊บ
ก๋วยจั๊บ

จบของคาวต่อด้วยของหวานที่ร้านมนต์นมสด ร้านของหวานขึ้นชื่อของย่าน ถึงตอนนี้ก็คงไม่ต้องบรรยายความวุ่นวายในร้าน ใช่…ร้านวุ่นวายเหมือนทุกวัน แต่เราสองคนก็มุดตัวเข้าไปหาที่นั่งได้ในแว๊บแรกที่เข้าร้าน ฉันรู้สึกชนะอย่างบอกไม่ถูก ^^

หลังอร่อย อิ่ม และฟินกับอาหารไปแล้ว เดินต่อไปอีกหน่อยแวะวัดสุทัศน์ฯ กับเสาชิงช้า  หลังเข้าไปไหว้พระขอพรกันเล็กน้อยตามวิถีคนไม่ค่อยเข้าวัด ก็เดินเล่นถ่ายรูปกันเซทนึงก่อนออกมาล่านกที่เสาชิงช้า ฉันถ่ายได้แค่นกจอด ถ้าเป็นนกบิน กดชัตเตอร์ไม่ทันเลย เสียใจนิดหน่อย แต่ก็รู้ตัวเองดีว่า ไม่ได้ถ่ายรูปเก่งอะไรมากมาย โอเค ให้อภัยตัวเอง ^^ หลังไม่ประสบความสำเร็จกับนก เลยตัดสินใจเดินหาแมวเหมียวแทน (ได้แมวหลับมาหลายตัว^^) หลังจากนั้นก็ตัดสินใจเดินเลียบถนนทะลุมาทางกระทรวงมหาดไทย ไปถ่ายรูปศาลหลักเมือง ก่อนจะจบทริปที่สนามหลวง ….

วันนี้เขียนไปเรื่อยๆ แนว free-writing ไม่ค่อยมีแก่นสาร (คนเพ้อเจ้อไร้สาระแบบเรา) แต่บรรยากาศ ความรู้สึก การเดินทาง ทำให้วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่พิเศษกว่าทุกๆอาทิตย์ ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปที่มาเติมเต็มการเดินทางครั้งนี้ (เล็งนกกันจนเหนื่อยกว่าจะได้สักตัว) ขอบคุณสถานที่แปลกใหม่ ผู้คนที่เดินผ่านไป สายลมและแสงแดด ที่ทำให้บรรยากาศการเดินมีความสุขมากกว่าเดิม ขอบคุณสมองและหัวใจที่มักจะทะเลาะกันบ่อยๆจนทำให้มีคำถามเยอะแยะมากมาย และสุดท้าย… ขอบคุณแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ฉันออกเดินทาง🙂

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s