[Kuk’s diary] อาสาสมัครพิทักษ์ภูกระดึง 5-7 ธันวาคม 2557 (วันสุดท้าย)

เช้าวันที่ 7 ธันวาคม 57
วันเวลาแห่งการพักผ่อนมักจะผ่านไปเร็วเสมอ

 

นัทเคยบอกว่า เวลาเดินด้วยความเร็วเท่ากันเสมอ แต่ความรู้สึกดีๆ ของเราเป็นตัวเร่งให้เราลืมนับทุกวินาทีที่ผ่านเลยไป
คิดถึงนัท…
 

อากาศของเช้าวันนี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 12 องศา เราปรับตัวเข้ากับอากาศได้ค่อนข้างเร็ว อย่างน้อยอากาศเย็นที่นี่ก็สบายกว่าความหนาวเย็นจากช่องแอร์ในเมืองหลวง อย่างน้อยๆ 3 วันที่นี่ก็ทำให้เราสดชื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ตอนแรกสุด พี่เล็กชวนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่หลังแป เพราะอยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในมุมมองใหม่ๆ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ไป เราอาจจะอ้างความเจ็บปวดที่เข่าว่าเป็นสาเหตุที่อยากพักขาก็ได้ แต่เราไม่อ้างหรอก เรามั่นใจว่าเข่าเรายังไปได้อีกไกล🙂
เรามุดออกจากเต้นท์มาตอนเกือบๆ 6 โมง แสงอาทิตย์จ้าแสบตาแล้วล่ะ
 

เช้านี้ไปทานข้าวเช้ากับพี่ยุ พี่ปลา พี่น้ำ ได้ลองซาลาเปาทอดเวอร์ชั่นภูกระดึง อร่อยดี แต่เพราะงบหมด เราเลยต้องอาศัยกล้วยฟรี (ที่แบ่งกันเมื่อคืน) กับนม จากนั้นก็ไปเก็บของก่อนรวมตัวเพื่อเดินทางกลับ

เราออกเดินทางกันประมาณ 9.30 น. พี่ต๋องแบกเป้และถุงนอนให้ แล้วยังแถมขนมอีก 1 ถุงให้เราเดินหม่ำไปตลอดทาง (กราบงามๆ) เราเดินลงมาพร้อมพี่เล็กแบบรวดเดียวจบ ไม่ได้พักตามซำแบบขาขึ้น จะมีพักก็แบบหยุดถ่ายรูปนิดหน่อย (วันนี้แบตกล้องหมดเกลี้ยงไปแล้ว ไม่มีภาพมาให้ดูเลย )
 

วันนี้เป็นวันที่หลายๆคนทะยอยเดินทางกลับ ตรงทางลงช่วง 1,300 เมตรแรก คนเคลื่อนตัวได้ช้ามาก หลายๆคนเปิดเส้นทางใหม่ หลายๆคนยืนรอ หลายๆครั้งต้องหยุดหลบทางให้ลูกหาบ เรามองจากด้านบนลงไปแล้วมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา ทำไมพวกเราทุกคนต้องมาเดินเขาให้ลำบากมากมายขนาดนี้ ทำไมแหล่งท่องเที่ยวนี้ยังมีมนต์เสน่ห์ที่ทุกคนยังต้องมาเยือน

ระหว่างทาง เราเจ็บเท้ามากๆ พี่เล็กคอยประคองลงมาเรื่อยๆ จนถึงตีนเข เราถึงตีนเขาประมาณ 12.20 น.  ลงมาถึงปุ๊บถอดรองเท้าเดินปั๊บ เดินเอาขยะที่ขนลงมาไปชั่งน้ำหนัก แล้วก็ไปแวะอาบน้ำ (อาบน้ำครั้งแรกของทริปเชียวนะ) ก่อนจะไปเปิดโต๊ะหม่ำส้มตำ ตอนแรกก็ทานกันอยู่ 2 คนกับพี่เล็ก ต่อมาก็มีพี่บอยพี่เบิ้มมาแจม และปิดท้างด้วยกิฟกับเกต เรานั่นๆนอนๆจน 16.00 น. ก่อนพี่โยจะประกาศเสียงตามสายรวมพลที่รถทัวร์ รถออกจากภูกระดึงในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา
 

เราเก็บขยะได้น้ำหนัก 1 กิโลกรัมพอดีเป๊ะ ขอบคุณขวดสปอนเซอร์ของคุณพี่สักคนระหว่างทางที่ทิ้งใส่ถุงขยะของเรา ส่วนของพี่เล็กน้ำหนักอยู่ที่ 2กิโลกรัม

ถ้าเพื่อนๆไปเที่ยวภูกระดึงครั้งหน้า อย่าลืมพกถุงพลาสติกไปเก็บขยะลงมากันคนละนิดคนละหน่อยนะคะ โดยเฉพาะขยะที่ไม่ย่อยสลาย พวกพลาสติก ขวดแก้ว หรือถ้าเก็บทุกอย่างลงมาได้จะยิ่งดีมากๆ
เราได้ยินมาว่าภูกระดึงมีการจัดการขยะด้วยการ “ฝัง” ซึ่งเป็นทางออกที่ไม่ได้อิงหลักการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สักเท่าไหร่ และแม้ว่าช่วงปลายฤดูกาลท่องเที่ยว ลูกหาบบางส่วนจะขนขยะกลับลงมา แต่ปริมาณขยะที่เราทุกคนนำขึ้นไปนั้นเรียกได้ว่ามหาศาล และถ้าหากยังถมกันไปเรื่อยๆ อนาคตของภูกระดึงจะเป็นอย่างไร
 

อีกประเด็นที่ค่อนข้างสำคัญเกี่ยวกับเจ้าภูเล็กๆภูนี้ จริงๆแล้วที่เดินกันขึ้นไปกว่า 6 กิโลเมตรนั้น เป็นความสูงเพียง 1,310 เมตรจากระดับน้ำทะเล จะเดินทางลำบากนิดหน่อยก็เพราะต้องอาศัยแรงขา แรงใจของตัวเราเอง เมื่อไม่นานมานี้ มีกระแสการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง

การสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง เท่าที่ทราบคือ จะสร้างความสะดวกและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ค่อนข้างมาก คนจำนวนมหาศาลสามารถเดินทางไปเชยชมความงามได้อย่างง่ายดาย การลำเลียงอาหาร เครื่องดื่ม และผู้ป่วยทำได้ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นแปลว่า ราคาอาหารบนภูกระดึงจะไม่สูงลิบลิ่วจนกระเป๋าสตางค์แห้งกันแบบทุกวันนี้ อีกทั้งความทันสมัยของวิศวกรรมศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นในปัจจุบันนั้น สามารถสร้างกระเช้าโดยที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดได้ และที่น่าอัศจรรย์ คือ การสร้างกระเช้าจะไม่ได้บดบังทัศนียภาพที่สวยงามของภูกระดึงสักเท่าไหร่
 

แต่…

 

เราจะไม่อ้างคำว่ามนต์เสน่ห์ของการเดินขึ้นภูกระดึงจะหายไป

เราเพียงเห็นว่า หลายๆคน มาภูกระดึงด้วยหัวใจ หัวใจที่จะมาเพื่อค้นหา
หลายๆครั้งที่เรามักจะบอกตัวเองว่า เส้นชัยไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับสิ่งที่พบเจอระหว่างทาง (อาจจะโลกสวยไปนิดนึงละมั้ง :p) ถ้าเรามีกระเช้า เราจะจอดพักที่ซำแฮกหรือเปล่า ถ้าเราหยุดแล้วลงมาเดินเล่น ความรู้สึกที่ได้รับจะต่างไปหรือไม่ ความสวยงามของสถานที่ ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ หรือ กล้องถ่ายรูป หรือองค์ประกอบเพียงไม่กี่อย่าง ร่างกายที่ต้องต่อสู้กับความชัน ความเหนื่อยก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะทำให้ความรู้สึกที่สะท้อนออกมา มีความพิเศษกว่า สิ่งที่ได้รับมาด้วยความสะดวกสบาย
มาภูกระดึงด้วยหัวใจกันเถอะ แล้วจะรู้ว่า กระเช้าไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ แล้วจะรู้ว่า ขาสองข้างของเรา สายตาของเรา เหงื่อของเรานี่แหละ ที่ทำให้ภูกระดึงสวยงามดังที่เราหมายปอง
ข้อแนะนำสำหรับเพื่อนๆที่กำลังจะไป
1. ผาจำศีล เป็นโลเคชั่นเหมาะสำหรับดูพระอาทิตย์ตก (คนไม่เยอะและไม่มีต้นไม้บังทัศนียภาพ) อยู่ห่างจากผาหมากดูกประมาณ 550 เมตรเท่านั้น
2. ขอให้ทำใจไว้ว่าผาหล่มสักไม่ได้สวยงามอย่างในรูปถ่ายที่เคยเห็น
3. ก่อนสั่งอะไรบนภูกระดึง ถามราคาให้ครบ อย่าคิดว่าข้ียวจะไม่แพง (พี่บอยโดนถงละ 40 บาทมาแล้ว)
4. ตอนกลางคืนอย่าตากผ้าไว้ข้างนอก และให้เก็บรองเท้าใส่ไว้ในเต้นท์ ไม่งั้นตื่นมาจะได้เสื้อผ้าและรองเท้าเปียกชุ่ม
5. อย่าเดินลุยหญ้าชื้นๆ เพราะน้องทากมีอยู่ทุกที่
6. อากาศช่วงที่เราไปเยือนภูกระดึง (5-7 ธันวาคม 2557) อุณหภูมิต่ำสุด 10 องศา สูงสุด 22องศา ตอนกลางวันร้อน ตอนกลางคืนหนาว
7. ภูกระดึงเที่ยวคนเดียวได้ แต่ถ้าเหงาอันนี้เราไม่รับผิดชอบนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s