[Kuk’s Diary][01-03.01.15] ทริปฉุกเฉินรับปีใหม่ รถไฟฟรีเที่ยวเชียงใหม่ (ตอนจบ)

การเดินทางของเราเริ่มต้นจากการไม่ได้วางแผนที่ดี เราตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ ในเช้าวันที่ 3 ด้วยรถไฟฟรี ขบวนที่ 102 ออกจากสถานีเชียงใหม่ เวลา 05.45 น.

เราตื่นจากความฝันตอนตี 3 ของวันที่ 3 ค่อยๆ แอบแง้มประตูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวออกไปรับตั๋วรถไฟ เรา check – out แบบง่วงๆ ตอนตี 3. 30 น. พี่ที่ฟร้อนยังทักเลยว่าทำไมวันนี้ไม่สดใสเหมือนเมื่อวาน

ถ้าพี่เป็นหนูพี่จะเข้าใจ….

เราเป็นคนที่ชอบจังหวัดเชียงใหม่มาเกือบตลอดช่วงชีวิต แม้ว่าจะเติบโตมาด้วยริมชายหาดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของจังหวัดตรัง แต่ความฝันของเราก็ยังคือ จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางระยะสั้น (มากๆ) ครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย เรามีพลังที่จะลุยทุกม่อนทุกดอยของเชียงใหม่ เราแค่เสียดายที่ต้องเลื่อนเวลากลับให้เร็วขึ้นอีก 1 วัน

เราเหมารถกลับมาที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ในราคา 40 บาท แพงกว่าขามา 10 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลในช่วงเช้าที่ความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย เรามาถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ตอน 03.40 น.

สถานีเชียงใหม่ตอนตีสามกว่าไม่ได้เงียบเหงาเท่าที่เราคิดในตอนแรก มีคนจำนวนมากนอนรอรถไฟอยู่ตามเก้าอี้และชานชาลา เราเดินไปต่อแถวรับตั๋วรถไฟฟรี มีคนมาก่อนหน้าเราเยอะเหมือนกันนะ แต่ก็มั่นใจว่าจะได้ตั๋วนั่ง (:

รถไฟเชียงใหม่ – กรุงเทพฯ เป็นขบวนที่ 102 ออกเดินทางจากสถานีรถไฟเชียงใหม่เวลา 05.45 น. และจะถึงสถานีกรุงเทพฯ ตอน 21.10 น. ขบวนนี้จะมีรถไฟฟรีทั้งหมด 4 คัน (คันที่ 4,5,7,8) และคันที่ 9 เป็นคันที่เสริมนครลำปางเหมือนเดิม โดยที่แต่ละคันนั้นมีทั้งหมด 75 ที่นั่ง รวมๆแล้ว เที่ยวหนึ่งจะมีที่นั่งสำหรับรถไฟฟรี 300 ที่นั่ง

และสถานการณ์ก็เป็นอย่างที่เราคิดไว้แต่แรก คือวันที่ 3 จะมีคนมาต่อแถวรอตั๋วฟรีจำนวนมาก

ตอนตี 5 มีคนมาต่อแถวรอรถไฟฟรีจำนวนมากจนทำให้ปลายแถวเลยออกมาบริเวณที่จอดรถ อากาศที่ค่อนข้างเย็น (16 องศา) ทำให้หลายๆคนต้องเอาผ้าห่มหรือถุงนอนมาห่มระหว่างรอตีตั๋ว

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถไฟฟรีนิดนึง

รถไฟฟรี คือคนขึ้นรถไฟฟรี และหากมีสัมภาระชิ้นใหญ่ เช่น จักรยาน จักรยานยนต์  หรือสัตว์เลี้ยง ต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามประกาศของการรถไฟแห่งประเทศไทยนะ

รถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานีเชียงใหม่ตรงเวลาดีจัง อากาศที่กำลังเย็นสบาย ท้องฟ้าฝั่งตะวันออกเริ่มมีแสงสว่าง ทำให้หัวใจเราเริ่มปลิวอีกครั้ง คนที่นั่งตรงข้ามกันเป็นครอบครัวใหญ่เพิ่งลงมาจากดอยอินทนนท์ เขาเหมารถไปกันสองวัน 4000 บาท และจะลงที่สถานีบางเขน

หกโมงสี่สิบสองนาที พระอาทิตย์ขึ้น

เราเพลิดเพลินกับแสงแรกของวันที่ 3 มกราคม เราประทับใจแสงเล็กๆนี้ ที่กำลังจะกลายเป็นแสงใหญ่ๆในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เราชอบสีส้มของแสงยามเช้า เราชอบขอบสีฟ้าที่ปลายของแสงสีส้ม ทำไมสองสีนี้ถึงอยู่ด้วยกันได้นะ หรือความรักจะทำให้สองสีนี้อยู่ด้วยกันได้ โดยที่ไม่กลืนกันจนกลายเป็นสีดำ

ความรู้สึกปลิวไปพร้อมเวลา ความรู้สึกที่ดี เร่งให้วันเวลาหมุนเร็วขึ้นกว่าปกติ ใจอยากจะหยุดเวลาสักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เวลาดีดตัวไปเร็วขึ้นเท่านั้น

07.10 น. ขบวนรถไฟเทียบสถานีขุนตาน (บางป้ายเขียนว่า ขุนตาล) ที่สถานีขุนตานนี้เป็นอุทยานแห่งชาติขุนตานด้วยล่ะ พอเลยจากสถานีขุนตาน เราจะพบกับอุโมงค์ขุนตาน ยาว 1352.10 เมตร ทั้งตื่นเต้นทั้งน่ากลัว ระหว่างทางมีคุณลุงขายข้าวผู้เต็มไปด้วยมุกตลกๆมาตลอด เรานั่งยิ้มตามความตลกของคุณลุง หลายๆครั้งก็เห็นลูกค้าเย้าคุณลุงกลับด้วยเรื่องรสชาติอาหาร หลายครั้งลุงก็แซวผู้โดยสารกลับ

หลังจากออกเดินทางมาหลายสถานี ผู้โดยสารทยอยเพิ่มเติมขึ้นมาบนรถไฟเรื่อยๆ จนทำให้รถไฟของเรากลายเป็นรถไฟปลากระป๋อง

หลายๆ คนเดินทางไกลไปลงถึงสถานีดอนเมือง หรือหัวลำโพง การยืนบนรถไฟกว่า 10 ขั่วโมงไม่ใช่เรื่องตลกสำหรับพวกเขา แต่การเดินทางครั้งนี้ ความอดทนเท่านั้นที่จะทำให้เราไปถึงจุดหมายปลายทางได้

บรรยากาศระหว่างทาง

การเดินทางด้วยรถไฟตอนกลางวันสนุกและมีความสุขกว่าเดินทางช่วงกลางคืน ระหว่างทางมีอะไรให้มอง มีอะไรให้เก็บเกี่ยว มีอาหารให้ทาน มีพระอาทิตย์ขึ้นและตกให้คอยมองหา ส่วนมีคนให้คิดถึงนั้น จะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน เราก็ยังคิดถึงเขาอยู่จับหัวใจ

พระอาทิตย์ตกดินที่บ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี

การเดินทางไกลครั้งนี้

เป็นทริปร่างกายปลิวตามหัวใจ หัวใจต้องการอะไรร่างกายก็ขยับไปตามอย่างนั้น ความรู้สึกที่มีต่อรถไฟ เพื่อนร่วมทาง พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวและจักรยานเปลี่ยนไป ถ้าสิ่งต่างๆรอบตัวมีชีีวิตและตอบคำถามต่างๆของใจเราได้ โลกนี้อาจจะยังต้องตอบอะไรอีกมากมายที่ไม่ค่อยมีเหตุผล หรือจริงๆแล้ว โลกนี้ก็ควรจะละเว้นเหตุผลในการกระทำบางอย่าง เรายิ้มเพราะเราอยากยิ้ม ถามว่าเรามีความสุขมากพอให้ยิ้มหรือเปล่า บางครั้งก็ใช่ แต่บางครั้งก็ไม่ใช่ ความรู้สึกกับการแสดงออกบางครั้งก็ต่างกัน

หัวใจเราเติบโตขึ้นเพราะเราได้ออกไปค้นหาคำตอบของคำถามที่ค้างคาในหัวใจ คำถามบางอย่างเกิดเพราะความเงียบ บางอย่างเกิดขึ้นเพราะความวุ่นวาย การเดินทางอาจจะไม่ใช่หรือใช่การหนีปัญหา แต่การเดินทางเป็นการเปิดโลกใหม่ อย่างน้อยๆ ก็เปิดให้ความรู้สึกเล็กๆ ดวงใจน้อยๆ ได้สัมผัสสิ่งที่ยิ่งใหญ่

และเราเชื่อเสมอว่า ยิ่งไปได้ไกล ยิ่งรู้จักสิ่งต่างๆ และยิ่งจะทำให้เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราชอบหรือไม่ชอบ บางครั้ง การค้นหาตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป และหลายๆครั้ง ความสนุกก็เกิดจากประโยคที่ว่า “พรุ่งนี้ เราออกเดินทางกันเถอะ”

 

 

เพิ่มเกร็ดความรู้เรื่องรถไฟอีกนิดนึง ไว้เป็นข้อสังเกต

รถไฟขาขึ้น เลขขบวนจะเป็นเลขคี่ เช่น รถไฟกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ขบวนที่ 109

รถไฟขาล่อง เลขขบวนจะเป็นเลขคู้ เช่น รถไฟเชียงใหม่ – กรุงเทพฯ ขบวนที่ 102

สรุปค่าใช้จ่ายทริปเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน

ค่าที่พัก 263 บาท

ค่าอาหาร 345 บาท

ค่ารถ 120 บาท (ค่ารถไฟฟรี)

รวม 728 บาท

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s