สวัสดีคันไซ (การเดินทางวันที่ 3)

วันที่ 3 (Arashiyama – World Cultural Heritage Tenryuji Sogenchi Garden – Fushumi Inari Shrine – ikari – Remm)

เช้าของวันที่สามเกิดขึ้นพร้อมความรู้สึกร้อน เครื่องทำความร้อนในห้องถูกปรับไว้ที่ 19 องศา เมื่อดึงตัวเองออกจากผ้าห่มได้แล้ว เสียงพยากรณ์อากาศจากโทรทัศน์เตือนว่าวันนี้อากาศที่เกียวโตค่อนข้างหนาว อย่าลืมใส่เสื้อหนาๆ

เช้าวันที่สาม

วันที่สามแล้วจริงๆหรือ เหมือนเพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้ เหมือนการเดินทางได้เร่งอัตราการขยับของเข็มนาฬิกา จะอ้อนวอน ขอพรใครได้บ้างหรือเปล่า ขอให้ช่วงเวลาดีดีแบบนี้ คงอยู่นานกว่าคำว่า “ตลอดไป”

การเดินทางที่ต้องเร่งตามเข็มนาฬิกา เริ่มต้นเมื่อเวลา 9 โมงเช้า วันนี้ตัดสินใจนั่งรถไฟปกติไปเกียวโต หลังจากลองรถไฟความเร็วสูงไปแล้วเมื่อวาน การเดินทางให้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง

และเมื่อมองไปนอกหน้าต่างแล้ว เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพเลยที่เดียว

การเดินทางไปป่าไผ่ หรือ Arashiyama โดยรถไฟธรรมดาสิ้นสุดที่สถานีรถไฟ ชื่อเดียวกับสถานที่ที่เราจะมา Arashiyama Station เป็นสุดสายปลายทางที่อยู่ค่อนไปทางชานเมือง และอยู่ใกล้ภูเขา

บรรยากาศที่เปลี่ยนไป.

บรรยากาศชานเมืองญี่ปุ่นมองหาได้จากภาพยนตร์และการ์ตูนญี่ปุ่นหลายเรื่อง และการ์ตูนหลายๆเรื่อง ภาพฉากหลังก็ได้เอามาสถานที่จริงในประเทศด้วยล่ะ

ตึกรามบ้านช่องขนาดไม่ใหญ่มาก บ้านไม่มีรั้วกั้น ถนนสองเลนไม่กว้างมาก และไม่มีทางเท้า เราไปแวะที่ Tenryuji Sogenchi Garden แวะซื้อเครื่องรางและที่ห้อยโทรศัพท์รูปดอกซากุระ และโปสการ์ดสองสามใบฝากเพื่อน ในบริเวณเดียวกันนี้และบนภูเขา มีวัดและสวนเซนค่อนข้างเยอะ และส่วนใหญ่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าชม

เช้าวันนี้เรามีเวลาไม่มากสักเท่าไหร่ สวนเดียวก็คงจะพอ ก่อนเดินทางสู่ Arashiyama

การเดินทางไปป่าไผ่นั้น ต้องเดินผ่านสะพานที่บรรยากาศที่แห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวแวะถ่ายภาพกันอย่างครึกครื้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวชาวยุโรป เท่าที่ไปเมื่อวันนั้น เราไม่พบนักท่องเที่ยวชาวไทยเลยล่ะ บรรยากาศการท่องเที่ยวเช้าวันนี้หน้าตาแปลกไปจริงๆ🙂

ระหว่างทางเดินขึ้นเขานั้น สองข้างทางจะเป็นร้านขายของฝาก ราคาสูงเกินมาตรฐานตามฉบับแหล่งท่องเที่ยว และมีร้านอาหารกลิ่นหอมอบอวล ทำเอาท้องร้องเสียงดังกันไปเลย

Arashiyama

ป่าไม้ไผ่สีเขียว เป็นอุโมงค์ยาวไปสุดลูกหูลูกตา ระหว่างทางมีศิลปินวาดภาพสร้างผลงาน และจำหน่ายผลงานกันอยู่เป็นระยะ น่าแปลกใจที่ผลงานเหล่านั้น ราคาย่อมเยา ไม่มีการโก่งราคาให้แพงลิบลิ่ว

นอกจากการเดินชมป่าไผ่แล้ว ยังมีรถ(คน)ลากให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย และคนลากรถหน้าตาดีมาก (ใส่ไม้ยมกไปอีกสักร้อยตัว) หนุ่มๆที่บริการลากรถจะบรรยายและคุยเล่น (เป็นภาษาญี่ปุ่น) ไปด้วยตลอดทาง เสียงสาวๆที่นั่งรถหัวเราะมีความสุขกันใหญ่เลยล่ะ

เราเดินตามอุโมงค์ไผ่ไปเรื่อยๆ แสงอาทิตย์ที่ลอดใบไผ่เข้ามาทำให้ภาพทั้งหมดเป็นสีเขียวสว่างๆ รู้สึกชุ่มชื่นเลยล่ะ

เมื่อเราเดินไปสุดที่อีกฝั่งหนึ่ง เรากะว่าจะไปขึ้นรถไฟ แต่เพราะเราเป็นคนที่โชคดี … รถไฟหยุดบริการชั่วคราว

เราเลยจำเป็นต้องเดินอ้อมกลับไปขึ้นรถไฟที่อีกฝั่งหนึ่ง สรุปว่า เรามาเดินเล่นที่ป่าไผ่ราวๆ 2 ชั่วโมง

หลังจากนั้น เรามุ่งหน้า Fushimi Inari Shrine ระหว่างเปลี่ยนสายรถไฟ ได้ลองทานอุด้งที่สถานีรถไฟเป็นครั้งแรก รสชาติเฉยๆเมื่อเทียบกับมื้ออื่นๆที่ทานมา แต่บรรยากาศที่ทุกคนเข้ามาสั่งๆ ทานๆ แล้วก็ออกไป เป็นบรรยากาศใหม่ ความเร่งรีบของชาวญี่ปุ่นในเวลากลางวัน มันเป็นแบบนี้เอง

 

ความโชคดีของเรายังไม่จบที่รถไฟงดบริการชั่วคราวในช่วงเช้า ….

จะมีคนไทยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นสักกี่คน ได้เจออุบัติเหตุบนทางรถไฟ จนทำให้รถไฟที่เราตั้งใจจะเดินทางล่าช้าแบบไม่มีกำหนด

ตอนนี้เดินไปถึงชานชาลา มีความวุ่นวายที่ทุกคนต้องสัมผัสได้ แต่เราที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นเลย กลับไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ป้ายที่ชานชาลาขึ้นว่า Out of Service และชาวญี่ปุ่นก็คุยกับนายสถานีก่อนขึ้นรถไฟกันทีละคนสองคน เราที่ยังงงอยู่ เลยส่งนัทไปคุยกับนายสถานี และได้คำตอบว่า มีรถไฟเสียระหว่างทาง ตอนนี้ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายรถออก รถไฟจะออกช้าแบบไม่มีกำหนด และรถไฟทุกขบวนในครึ่งชั่วโมงนั้น จะรวมเป็นขบวนนี้ขบวนเดียว สรุปว่าเราเสียเวลาอยู่ที่สถานีนั้นเป็นเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

Fushimi Inari

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะ Torii ประตูศาลเจ้าสีส้มที่เรียงกันทอดยาวไปบนเขาสูง 233 เมตร ให้บรรยากาศที่สวยงามและน่าค้นหา เมื่อตอนวางแผน เราตั้งใจจะให้วันนี้เป็นวันเดินขึ้นเขา เพราะทั้งที่ Arashiyama และที่นี่ต่างใช้เวลาต่อที่ 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

บันไดขั้นแรกๆ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว เมื่อเดินขึ้นไปอีกนิดหน่อยจะพบศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอก นัทบอกว่าที่นี่ คนญี่ปุ่นมักมาขอในเรื่องเกี่ยวกับความรัก (ที่นี่มีเครื่องรางน่ารักๆหลายชิ้นเลยล่ะ) เมื่อไต่บันไดขึ้นไปเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวจะน้อยลง และจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไปพักถ่ายภาพคือที่จุดชมวิว มีชื่อเรียกว่า Yotsutsuji

เมื่อเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ตามทางจะมีร้านค้า ร้านน้ำชา ร้านอุด้ง ร้านขายของที่ระลึก บรรยากาศน่ารักเลยทีเดียว

 

และ ณ จุดสูงสุดของภูเขา

ที่ยอดเขา มีแค่ป้ายเล็กๆบอกว่า นี่คือจุดสูงสุดของภูเขาลูกนี้นะ มีศาลเจ้าให้ขอพรและคำพยากรณ์

หลังจากเดินเวียนจนรอบยอดภูเขา ก็พบว่าไม่มีมุมจุดชมวิว เราเสียใจนิดๆ แต่พอรู้ว่าจะได้ลงไปหม่ำไอติม ความเศร้าใจก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้รีบวิ่งลงเขา

เมื่อเช้าก่อนมา เราได้ดูพยากรณ์อากาศว่าวันนี้อากาศจะหนาวกว่าเมื่อสองวันก่อน แต่เมื่อเรามาเดินขึ้นเขา นักท่องเที่ยวหลายคนค่อยๆถอดเสื้อกันหนาวออกกันหลายชั้น เพื่อใครจะไปเที่ยวที่นี่ ไม่ต้องใส่เสื้อหนาเกินไปเนอะ🙂

เมื่อเราจบสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้ขาลากมาทั้งวัน เราก็พร้อมใจขึ้นไปยืนเบียดกับนักท่องเที่ยวบนรถไฟเพื่อกลับมา Umeda ตามแพลนว่า วันนี้จะต้องได้เดินซุปเปอร์มาร์เกต

Ikari

การเดินทางของเราเต็มไปด้วยขนมปังชื่อมิรูกุโรล โกโก้ และอุด้ง เมื่อถึงวันก่อนกลับ เราตัดสินใจไปเดินหาขนมและอาหารแปลกๆทาน และ ikari ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง มีของน่าทานเยอะแยะไปหมด มีผลไม้หน้าตาน่าทานเยอะแยะเลย แต่หลายอย่างก็ราคาแพงจนเราต้องมองดูไกลๆ เราได้น้ำส้ม ขนมซอง ข้าว และขนมอีกเยอะเเยะเลย เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย พนักงานก็บรรจงเรียงของทั้งหมดลงในถุงกระดาษ ดูเป็นอะไรที่น่ารักมากๆเลย

คืนนั้น เราทานอาหารกันจนดึกดื่น เราทานอะไรแปลกๆ ทำหน้าอร่อย ทำหน้าไม่อร่อย พลางจัดของเตรียมกลับไทยไปพร้อมๆกัน ของที่จะต้องช่วยนัทขนกลับมีข้างเยอะเลยล่ะ และของฝากซื้อของเราก็แอบเยอะ ทำให้ต้องรื้อกระเป๋ากันอยู่หลายรอบ จากนั้น ก็รอดูพยากรณ์อากาศที่บอกว่าพรุ่งนี้อาจจะมีฝนตกและอัตราการกระจายตัวของเกสรดอกไม้ ที่บอกว่าพรุ่งนี้เราอาจจะได้พบดอกไม้น่ารัก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s