ภูสอยดาว ในวันที่ไร้แสงดาว

DSC_9775150822

การปีนเขา เข้าป่าในฤดูฝน อาจเป็นเรื่องน่าแปลกใจ น่ากังวลสำหรับคนรอบตัว แต่สำหรับเราแล้ว ฤดูฝน เป็นฤดูที่เขียวชะอุ่ม น่าตื่นเต้น และเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ได้สัมผัสกับภาพที่แตกต่างจากช่วงฤดูหนาว  (ที่แอบไปปีนยอด 2,100 มาแล้ว)

การเดินทางในช่วงฤดูฝน เต็มไปด้วยความพิถีพิถัน เครื่องนอน เสื้อผ้า และอุปกรณ์ทุกอย่างที่น้ำฝนอาจทำให้เสียหายได้ จะถูกบรรจงห่อด้วยถุงพลาสติก และกระเป๋าเป้ของใครหลายคนก็ยังคลุมด้วยผ้ากันฝนอีกครั้งหนึ่ง การเตรียมพร้อมทั้งหมด ไม่ใช่เราเข้าป่าฤดูฝน แต่ไม่อยากเปียกฝนหรอก ร่างกายเราพร้อมจะเปียกฝน แต่ที่นอนก็ควรจะอุ่นมากกว่าชื้นชุ่มไปด้วยน้ำสิถึงจะถูก จริงไหมล่ะ

เรามาพร้อมกันที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวประมาณ 6 โมงเช้าของวันที่ 22 สิงหาคม 2558 อุณหภูมิเย็นกว่าที่นึกไว้นิดหน่อย คือ 19 องศา จัดแจงทานอาหารเช้าให้อิ่ม รอเริ่มลุยไต่เขาช่วง 9 โมงนิดๆ

ระยะทางจากอุทยานไปถึงยอดภูสอยดาว ไม่ใกล้ไม่ไกล 6.5 กม. ค่าเฉลี่ยของการเดินขึ้นมักอยู่ที่ 6 ชั่วโมง และขาลงประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างทางบรรยากาศเต็มไปด้วยธรรมชาติ ไม่มีร้านอาหาร ไม่มีห้องน้ำ ส่วนใหญ่พี่ผู้ชายจะวิ่งเข้าป่า พร้อมบอกว่า “ขอทำธุระแป๊บ”

ครั้งนี้ เราแบกเป้และกล้องเอง น้ำหนักของสัมภาระอยู่ที่ 9 กิโลกรัม (พี่ลูกหาบได้ประหยัดแรงไป 9 กิโลกรัมเลยนะคะ) สิ่งของที่แบกไว้บนไหล่ก็เปรียบเหมือนการที่เรารับภาระอะไรสักอย่าง เรารู้ว่าจุดหมายอยู่ที่ไหน เราได้เรียนรู้ว่าสิ่งของที่ไม่จำเป็นในกระเป๋าคืออะไร และควรจะนำอะไรมาเพิ่ม เราเลือกได้ว่าจะโยนของบางอย่างออกจากกระเป๋าหรือไม่ เราเลือกที่จะจัดกระเป๋าให้มีความสมดุลได้

เราเอง ที่เป็น “คนเลือก”

การเดินในช่วงแรกนั้น จะเป็นป่าทึบสลับทุ่งหญ้า เดินผ่านป้ายเนินแล้วเนินเล่าไป เส้นทางข้างหน้าดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด ลูกอมรสหวาน น้ำหวานที่เตรียมมาค่อยๆหมดไปทีละนิด (เราแนะนำสำหรับมือใหม่หัดเดินป่าว่าควรมีลูกอมหวานๆ กล้วยลูกเล็ก ขนมปังติดไปนิดหน่อยค่ะ เวลาเหนื่อยๆ ทานแล้วจะมีแรงเดินต่อ เราเรียกของพวกนี้ว่า “Booster” ล่ะค่ะ )

พอเราเดินถึงเนินมรณะ เนินที่เป็นที่กล่าวขานว่า โหด (และมันส์ ฮาด้วย) ทางเดินจะค่อนข้างชัน และตอนที่เราไปฝนตกนิดหน่อยด้วย เลยทำให้ทางค่อนข้างลื่น หลายคนเริ่มถอดใจเมื่อเห็นเนินนี้ แต่. . . อะไรที่ได้มาด้วยความยากลำบาก มักน่ารักเสมอเลยล่ะ . . .

DSC_9709150822

DSC_9729150822

จากจุดชมวิวเดินตามทางราบอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็เป็นหนึ่งใน “ผู้พิชิตลานสนภูสอยดาว” ที่ 1,633 เมตรจากระดับน้ำทะเลแล้วล่ะ

ฤดูฝน ฤดูที่เต็มไปด้วยหยดน้ำ ความชื้น และไอหมอก ท้องฟ้าที่ปิดเกือบตลอดเวลาทำให้หน่วยตามล่าทางช้างเผือกและดวงดาวต้องรอกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูหนาว แสงแดดที่นานนานจะแทรกตัวผ่านหมอกเมฆลงมานั้น ทำให้ในช่วงเช้า เย็น และกลางคืน เป็นสีหม่น กว่าจะดอกหงอนนาคจะยิ้มแย้มก็ได้เวลาทานอาหารมื้อเที่ยง

เมื่อเดินทางไปลานกางเต้นท์ เรากับพี่ๆเพื่อนๆ ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ บางคนกางเต้นท์ บางคนผูกเปล บางคนเริ่มตั้งเตาทำอาหาร – – ที่ลานสนมีเต้นท์ เครื่องนอน และอุปกรณ์ทำอาหารให้เช่า และมีน้ำฝนที่ทางอุทยานรองไว้เป็นน้ำดื่ม

บรรยากาศรอบตัวเป็นสีขมุกขมัว แต่หลายคนก็คว้ากล้องออกไปเดินเก็บภาพกัน

ช่วงเช้าของวันที่ 23 ส.ค. 2558

ไปเดินเล่นที่น้ำตกกัน การเดินทางเข้าไปค่อนข้างชันและลื่น เส้นทางทำให้รู้สึกเหมือนจะหลงทางตลอดเวลา ภาพน้ำตก ต้นไม้สีเขียวและเสียงน้ำกระทบก้อนหิน ภาพที่ประทับใจทำให้การเดินทางสดชื่นกว่าเดิม ทำให้รู้ว่าป่าฤดูฝนน่ารักอย่างไร

DSC_9933150823

DSC_9961150823

ดอกหงอนนาค ดอกไม้ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ลุยป่า ลุยโคลน ลุยฝน ขึ้นมาถึงภูสอยดาว ดอกไม้ที่จะเป็นเพียงแค่ทุ่งสีน้ำตาลในช่วงฤดูหนาว ดอกไม้ที่จะบานเมื่อเจอแสงแดด

 เราเก็บสัมภาระและเริ่มเดินลงภูช่วงเกือบบ่ายโมง เขาว่ากันว่า การเดินขาขึ้นย่อมเหนื่อยกว่าขาลง  (ตรงข้ามกับการเปรียบเทียบช่วงชีวิต ที่เรามักจะรักช่วงขาขึ้นมากกว่าช่วงขาร่วง) แต่สำหรับเรา ที่มีประสบการณ์เกือบลื่นตกเขาเมื่อตอนพิชิตยอด 2,100 การเดินขาลงเป็นเรื่องยาก . . .

-เรื่องยากของหัวใจ-

การเอาชนะความกลัวที่จะก้าวเท้า ทิ้งน้ำหนัก กระโดด หรือวิ่งลงเขา เป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับเรา เราไม่ปฏิเสธความกลัวนี้ และหลายครั้งที่หลีกทางให้คนที่เก่งกว่า กล้ากว่า เดินแซงหน้าไปอย่างไม่รีรอ ประสบการณ์ที่ต่างกัน ทักษะที่ต่างกัน ทำให้คนแต่ละคนเติบโตและตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวต่างกัน และการที่เราเผลอหลงรักทางเดินขาขึ้น มากกว่าขาลงก็เป็นเรื่องราวคล้ายๆแบบนั้น

แต่ครั้งนี้ เราวิ่งลงภูสอยดาว . . .

เมื่อเปิดเพลง สวมหูฟัง ดึงเชือกรองเท้าให้แน่น และขยับกระเป๋าให้กระชับตัว เราเริ่มวิ่ง จังหวะการวิ่งสลับเดินนั้นเป็นจังหวะเดียวกับเพลงที่บรรเลงก้องอยู่ เพลงจังหวะช้า จังหวะการเดินก็ชะลอลงนิดหน่อย เพลงจังหวะเร็ว ฝีก้าวก็จะถี่ขึ้น การเดินที่เป็นจังหวะ ช่วยคลายความกังวลของการไต่(ลง)เขาได้มาก อาจเป็นเพราะเราผ่อนคลาย หรืออาจเป็นเพราะนั่นเป็น หน้าที่ของเพลงบรรเลง

ขากลับ เราใช้เวลา 3 ชั่วโมง กับกระเป๋า 11 กิโลกรัม และกล้องของพี่ร่วมทางที่ฝากเอาไว้อีก 1 ตัว (แอบคิดว่าตัวเองเทอะทะตอนที่แบกกล้อง 2 ตัว แต่คงไม่หรอกมั้ง อาจแค่คิดไปเอง)

จบทริปการเดินขึ้นภูสอยดาวฤดูฝนครั้งแรก  ภูสอยดาวในวันที่ไร้แสงดาว

 ขอให้พบกับการเดินทางที่อบอุ่นนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s