#1 กล่องของฝัน.

“อยากวิ่งมาราธอน”

คนเราย่อมมีความใฝ่ฝันของแต่ละคน เป็นเหมือนกล่องของขวัญส่วนตัว บางคนอยากรวยพันล้าน (เราคนนึงแหละที่อยาก) บางคนอยากเที่ยวรอบโลก (อันนี้เราก็อยาก) บางคนอยากอุทิศชีวิตช่วยเหลือคนอื่น ใช่ เราต่างมีความฝัน อาจเป็นความฝันชิ้นน้อยๆ หรือความฝันชิ้นใหญ่บะเร่อ และหลายๆคน อาจมีกล่องของ “ฝัน” หลายชิ้น หลายขนาด หลากสีสัน

เมื่อตอนเด็กๆ เราเป็นเด็กซนคนหนึ่ง เราหัดวิ่งทุกเช้า ปั่นจักรยานทุกเย็น (เพื่อไปฝึกเล่นว่าว) วันไหนฝนบังเอิญตก เราก็ยังมีกิจกรรมสำรอง วิ่งเล่นกลางฝนตามประสาเด็กๆ

เราวิ่งมินิมาราธอนครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 11 ขวบ เป็นการวิ่งรายการแรก และรายการเดียวของช่วงชีวิตนั้น เพราะอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าและเข่า

เราวิ่งไม่เร็วสักเท่าไหร่ เราหายใจไม่ค่อยทัน เราเพียงแค่วิ่งเพื่อจะได้วิ่ง เพียงเท่านั้น  วันนั้น เราตัดสินใจว่า ถ้าข้อเท้าหายเจ็บเมื่อไหร่ อยากจะลองวิ่งมาราธอนสักครั้ง

ความโชคร้ายของความฝันครั้งนั้น คือ เรื่องราวของข้อเท้าเป็นเรื่องเรื้อรัง บางครั้งปวดขึ้นมาถึงเข่า คุณหมอแนะนำให้เลิกเล่นกีฬาที่ต้องใช้ข้อเท้าเยอะๆ คุณแม่ขีดระเบียบข้อใหม่ขึ้นมาเป็นของขวัญเฉพาะของเรา     เราห่างหายจากกิจกรรมที่คุ้นเคยไปคล้ายกับการหักดิบการสูบบุหรี่ เราเริ่มผันตัวเองไปเป็นหนอน(ที่มักจะนอนหลับบนกอง)หนังสือ  ความฝันค่อยๆ จางหายไป จากเป็นไฟที่ลุกโชน กลายเป็นถ่านไฟร้อน ไม่นานควันก็เริ่มจางหายไป คงเหลือไว้เพียงเถ้าของความฝัน

เขาว่ากันว่า ในความโชคร้ายย่อมมีความโชคดี

เมื่อวันหนึ่ง การปั่นจักรยานได้กลับเข้ามาเป็นสาระสำคัญของชีวิต แน่นอนล่ะ การปั่นจักรยานส่งผลต่อข้อเท้าน้อยกว่าการวิ่ง และยังช่วยรักษาอาการเจ็บปวดที่เข่าได้ระดับหนึ่ง (แต่ก็ปวดอยู่หลายทริปกว่าจะอาการดีขึ้น) เราพยายามแก้ไขจุดอ่อนของร่างกายทีละจุด อาการยังพอมีให้รู้สึกบ้าง แต่ก็เหมือนมีเพื่อให้รู้สึก แต่ไม่ได้ทรมานกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราเริ่มเดินป่าและปีนเขา ซึ่งทำให้รู้จักจังหวะการเดิน และการหายใจได้ดีขึ้นอีกระดับหนึ่ง จากคนที่ไม่ควรจะใช้งานข้อเท้าและเข่า กลายเป็นคนที่ปีนเขาได้ในอัตราเร็วเดียวกับเพื่อนร่วมทางที่แข็งแรง พอข้อเท้าไม่งอแงแล้ว เราก็ดีใจ

. . กล่องความ”ฝัน” . .

“พรุ่งนี้ไปวิ่งกันไหม”

เจ้าความกังวล ที่เป็นจิตใต้สำนึกของเราทุกคนนี่แหละ ที่ห้ามเราไว้ ไม่ให้ส่งตัวเองไปสุ่มเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บ 

“ไปค่ะ” กล่องความฝันตะโกนแทรกขึ้นมา

ไปสิ จะรออะไร เชื่อเถอะว่า ความพยายามจะทำให้เราเอาชนะความเจ็บปวดทุกอย่างได้ง่ายขึ้น เชื่อเถอะว่า ถ้ายังไม่หมดลมหายใจ ไม่มีอะไรที่เกินความพยายามของเราหรอก

ในวันที่ ความพร้อมของหัวใจ เต้นจังหวะเดียวกับ ความพยายาม อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ (ถ้ามีปาปริก้า) อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็น แต่หากเราพยายามอย่างสม่ำเสมอ ความสำเร็จจะต้องก้าวเข้ามาในจังหวะเดียวกับ หัวใจยิ้มกว้างเป็นแน่

เราวิ่งไม่เร็วสักเท่าไหร่ เราหายใจไม่ค่อยทัน เราเพียงแค่วิ่งเพื่อจะได้วิ่ง เพียงเท่านั้น

วันนี้ เราเพิ่งจบ CU FUN RUN 2015 การวิ่งรายการแรกในรอบ  10 ปี ด้วยระยะทางเพียง 5.5 กิโลเมตร รอบจุฬาฯ เทียบไม่ได้เลยกับมาราธอนหรือ มินิมาราธอน

เราเหนื่อย แต่เราสนุก เราวิ่งบ้าง แต่ก็แอบเดินบ่อยๆ เรามีเหงื่อออก แต่พออาบน้ำแล้วกลับสดชื่นกว่าที่เคย เราขยับช้า แต่ความฝันเราวิ่งเร็ว เรากังวล แต่เราจะพยายาม.

เราวิ่งไป 5.78 กิโลเมตร ได้เหรียญที่ระลึกจากงาน เราเข้าเส้นชัยคนที่สามร้อยนิดๆ เราใช้เวลาไปตั้ง 45 นาที

เราเชื่อว่าคุณมีกล่องของ”ฝัน” อย่ารอช้า อย่าคิดว่าทำไม่ได้ กล่องนั้นเป็นของคุณ เป็นกล่องเฉพาะตัวด้วยนะ คุณมอบให้แฟน ให้ลูก ให้คนอื่นทำแทนคุณไม่ได้หรอก เชื่อเถอะว่าไม่ภูมิใจหรอก มาเถอะ เรามาแกะกล่องของฝันไปด้วยกันนะ🙂

อยากวิ่งตามความฝันด้วยกันไหมล่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s