ชีวิตนักเรียนทุน ADB – JSP : จุดเริ่มต้น (ตอนที่ 1)

สวัสดีค่ะ

เราเพิ่งได้รับทุนการศึกษาของ ADB ーJSP ไปเรียนต่อปริญญาโท ด้าน Peacebuilding ที่มหาวิทยาลัยนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ในปีการศึกษา 2016 นี้ค่ะ (เว็บไซด์ของคณะค่ะ http://www.gsid.nagoya-u.ac.jp/global/index-en.html)

ทุน ADB – JSP เป็นทุนการศึกษาของ Asian Development Bank ที่มอบให้บุคคลทั่วไปในประเทศที่เป็นสมาชิกของ ADB ค่ะ มีทุนสำหรับหลายสาขาวิชา หลายมหาวิทยาลัย และหลากหลายประเทศ คิดว่าน่าจะครอบคลุมความสนใจของใครหลายๆคนเลยนะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซด์นี้นะคะ >>  http://www.adb.org/site/careers/japan-scholarship-program/main

เกริ่นก่อนนิดหน่อย เราชื่อ กุ๊ก ค่ะ จบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกรดโอเคพอไปวัดไปวา ชีวิตการทำงานไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ค่ะ เคยเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการอยู่ที่กรมการกงสุล ปีนิดๆ ก่อนจะย้ายมาทำงานอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วงเรียนหนังสือเคยทำงานอาสามาบ้างนิดหน่อย ไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรมจ๋า ค่อนข้างตั้งใจเรียนนะ เป็นคนธรรมด๊าธรรมดา ที่อยากไปเรียนเมืองนอก (ฝันจะไปอยู่ต่างประเทศมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว ได้ไปสักที เย่ๆ) เมื่อปีก่อน เราสมัครทุนของมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษไปสองสามทุนค่ะ และได้ทุนการศึกษาบางส่วน น่าเสียดายคุณพ่อไม่มีกำลังทรัพย์ส่งไปเรียน  แต่ปีนี้ ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปอีกนิดนึงแล้วล่ะ เพราะเราได้ทุนไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ

เราสมัคร Graduate School of International Development ด้าน International Cooperation Studies โปรแกรม Peacebuilding เปิดรับสมัครช่วงเดือนเมษายนถึงต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปี (ปีนี้กำลังจะเปิดรับปีการศึกษา 2017 แล้วนะคะ สนใจดูรายละเอียดในได้เว็บเลยเนอะ )  ADB จะมอบทุนการศึกษาครอบคลุมค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดเลยค่ะ  ไม่ว่าจะเป็น ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายส่วนตัวรายเดือน อุปกรณ์การศึกษา หนังสือ และการทำธีสีส ค่าเดินทางไป – กลับ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยมีเงื่อนไขว่าให้กลับมาทำงานในประเทศของตนเองเป็นเวลา 2ปี (เหมือนเขาอยากให้เรากลับมาพัฒนาประเทศของตัวเอง แต่ไม่ได้บังคับว่าต้องไปทำที่หน่วยงานไหนนะคะ เขาเปิดกว้างพอสมควรเลยล่ะ)

ทุน ADB ーJSP จะให้เราสมัครโดยการส่งเอกสารไปที่มหาวิทยาลัยที่มีโปรแกรมที่เราอยากเรียน และทางมหาวิทยาลัยจะคัดเลือกจากเอกสาร และผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะถูกส่งชื่อไปยัง ADB ーJSP เพื่อคัดเลือกผู้ที่ได้รับทุนอีกครั้งค่ะ การคัดเลือกจะวัดจากเอกสารที่เราเขียนไปทั้งหมดค่ะ คิดว่า Research Proposal เป็นส่วนสำคัญของการพิจารณาให้ทุนเลยล่ะ (ตอนนี้อยากยกมือขอเปลี่ยนหัวข้อใจจะขาดแล้วล่ะค่ะ หัวข้อเดิมนั้นน่าจะไม่จบในสองปีที่ได้ทุน ฮือๆ)

เอกสารสำคัญที่ต้องส่งไปยังมหาวิทยาลัย

  • Information Sheet เป็นฟอร์มของ ADB ーJSP โหลดได้ที่ http://www.adb.org/site/careers/japan-scholarship-program/procedures-applying
  • Application Form พร้อมรูปขนาดพาสปอร์ต 3 รูป
  • เอกสารแสดงรายรับของตัวเราและผู้ปกครอง หรือ ครอบครัว
  • เอกสารรับรองวุฒิระดับสูงสุด หรือระดับที่จะใช้สมัคร
  • ทรานสคริปตัวจริง
  • สำเนาหนังสือเดินทาง
  • Curriculum Vitae
  • คะแนน TOEFL IELTS หรือ TOEIC
  • จดหมายแนะนำ 2 ฉบับ
  • งานวิจัยและประสบการณ์ทำงาน
  • Research Proposal (ประมาณ 800 คำ)

เราส่งเอกสารไปช่วงเดือนกรกฎาคม 2558  ค่าไปรษณีย์ด่วนไปญี่ปุ่น 450 บาท (แต่ตอนนี้ค่าส่งไปรษณีย์แบบด่วนขึ้นค่าธรรมเนียมเป็น 850 บาทแล้วนะคะ) เอกสารใช้เวลาเดือนทางประมาณ 4 วันก็ถึงมหาวิทยาลัย และมีเจ้าหน้าที่ส่งอีเมลมาบอกว่าได้รับเอกสารแล้ว เราโดนขอเอกสารเพิ่มเติมค่ะ เพราะคุณพ่อกับคุณแม่แยกกันอยู่ ทำให้มีเอกสารรายรับเฉพาะของคุณพ่อและของเราค่ะ พอส่งเอกสารไปทางอีเมลแล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็แจ้งให้รอผลการคัดเลือกทางไปรษณีย์ค่ะ

เราได้จดหมายฉบับแรกจากมหาวิทยาลัย ช่วงกลางเดือนกันยายน 2558 แจ้งว่าผ่านการคัดเลือกระดับมหาวิทยาลัย และจะแจ้งผลการคัดเลือกจาก ADB ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2559 ค่ะ ระหว่างนั้น ก็รอการคัดเลือกไปเรื่อยๆ รออีเมล ช่วงนั้น เราสอบนักการทูตพอดี ทำให้มุ่งไปเรื่องการทำงานมากขึ้น ไม่ได้ตามผลการคัดเลือกสักเท่าไหร่ และจากการที่หาข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ได้ทุนนี้ก็มีน้อยมาก จนทำอะไรไม่ได้นอกจากรออย่างเดียวเลยล่ะค่ะ

ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2558 จดหมายฉบับที่สองเดินทางมาถึงมือเรา ครั้งนี้ ความหนาเพิ่มจาก 1 แผ่น เป็น 3 แผ่น ใบแรกเป็นใบแจ้งผลการคัดเลือกว่า เราได้ทุนการศึกษา ใบที่สองเป็นรายละเอียดทุนและแบบตอบรับทุน และใบสุดท้ายเป็นใบตอบรับการเข้าเรียน เอกสารเป็นแผ่นบางบางสีน้ำตาล ประทับตราอย่างประณีต น้ำตาเราซึมนิดหน่อย ในตอนที่ได้รับผลทุนเหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งไปหมด มันอึ้งนะ ที่เราจะได้คัดเลือกเป็นนักเรียนทุนที่ญี่ปุ่น

เราเซ็นเอกสารสองฉบับนั้น ส่งไปรษณีย์กลับไปที่ญี่ปุ่น เราเป็นนักเรียนทุนแล้วนะ เราจะได้เรียนต่อแล้ว ดีใจที่สุดเลยล่ะ

หลังจากนั้นไม่นาน Tajima-san ที่เป็นผู้ประสานงานโครงการ ก็ส่งอีเมลมาแนะนำตัว และอธิบายสิ่งที่เราจะต้องทำ ต้องเตรียมตัว คุณคนนี้แหละ ที่จะเป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือเราในทุกทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเอกสาร การเตรียมตัว และปัญหาเรื่องการปรับตัว เธอคนนี้บอกว่า เราต้องกรอก COE  ของญี่ปุ่นเพื่อส่งไปให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นออกเอกสารมาให้เราขอวีซ่า ซึ่งเจ้า COE นี้จะใช้เวลาดำเนินการอย่างน้อย 1 เดือน ซึ่งเขาจะดำเนินการให้เราในช่วงเดือนธันวาคม 2558 พร้อมเพื่อนๆ ที่ได้รับทุนเดียวกันกับเรา

ระหว่างนั้น เราได้เจอพี่แชมป์ที่ตอนนี้กำลังเรียนโปรแกรมเดียวกันอยู่ พี่เขาก็แนะนำให้เรารู้จักกับพี่คนไทยอีกคนที่จะไปด้วยกัน คือ พี่หนุ่ย พี่สาวคนนี้จะไปเรียนคณะเดียวกัน แต่คนละโปรแกรม พอได้เจอเพื่อนที่จะเดินทางไปด้วยกัน ก็ทำให้โล่งใจไปในระดับหนึ่ง เราปรึกษากัน คุยกัน แชร์ความรู้สึกกัน ทำให้รู้ว่าอย่างน้อยที่ญี่ปุ่น เราจะยังมีรุ่นพี่ และพี่หนุ่ยที่จะอยู่ข้างๆกัน

ต้นเดือนมกราคม 2559 มหาวิทยาลัยส่งเอกสารรับรองการได้รับทุนการศึกษามาให้ เผื่อบางคนต้องใช้เอกสารตัวนี้ยื่นที่ทำงานเพื่อลาเรียนต่อ หรือบางประเทศต้องใช้ยื่นตอนขอวีซ่า ในเอกสารจะระบุวันเวลาเดินทางไปกลับ ( เมษายน 2559 –  มีนาคม 2561) และเงินทุนที่ได้ในแต่ละเดือน (ทุน ADB จะได้เงินรายเดือนเท่าทุนรัฐบาลญี่ปุ่น หรือทุนมงค่ะ)

จากนั้น ทางมหาวิทยาลัยจะจองตั๋วเครื่องบินให้ เพราะเขาบังคับให้เราเดินทางไปญี่ปุ่น ในวันที่ 1 เมษายน 2559 (เน้นด้วยว่า “บังคับ” ขีดเส้นใต้ว่า ไม่ให้ไปถึงเร็วหรือช้ากว่านั้น และไม่ให้เปลี่ยนสายการบิน) ของเราได้บิน การบินไทย เที่ยวบินช่วงเช้าของวันที่ 1 เมษายน 2559

ช่วงสิ้นเดือนมกราคม 2559 มหาวิทยาลัยก็ส่ง COE พร้อมกับ Invitation letter มาเพื่อให้เราขอวีซ่า ในนั้นจะระบุ ที่อยู่ของเราช่วง 6 เดือนเเรก (เราเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้อยู่หอนี้จริงๆหรือเปล่า เอาไว้มาเล่าต่อนะคะ)

Tajima-san นัดแนะให้ไปขอวีซ่า ถามไถ่เรื่องเอกสารว่ามีปัญหาอะไรบ้างไหม เขาดูแลค่อนข้างดีเลยทีเดียวล่ะ

ปีนี้ มีผู้ได้รับทุนการศึกษานี้ทั้งหมด 6 คน เป็นคนไทย 2 คน คนเวียดนาม 1 คน และคนฟิลิปปินส์ถึง 3 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด (อ่อ แอบไปดูข้อมูลย้อนหลัง รู้สึกว่าเขาสนับสนุนให้ผู้หญิงมาเรียนมากขึ้น มีสัดส่วนนักเรียนหญิงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์เลยล่ะ และปีก่อนๆ จะมีผู้ได้รับทุนประมาณ 6-7 คน ผู้สมัครอยู่ที่ประมาณ 20-30 คน)

พอทราบว่าได้รับทุน เราก็เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าเราจะไปเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ แต่การใช้ชีวิตในประเทศที่ไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันก็ทำให้กังวลเรื่องภาษาอยู่ไม่น้อย ตอนนี้ พูดได้นิดนึง นิดเดียวจริงๆ และเราเพิ่งลาออกจากงานที่กำลังทำอยู่ เราขอลาออกมาเตรียมตัวก่อนเดินทางประมาณ 1 เดือน ตอนนี้ทำงานเดือนสุดท้ายแล้วล่ะ🙂

อยากให้มาสมัครทุนนี้กับเยอะๆ โอกาสของคนไทยมีไม่น้อยเลยนะ เรามีศักยภาพที่จะไปเรียนต่อได้ มีเงินทุนสนับสนุนทุกอย่าง เตรียมเอกสารเยอะนิดหน่อยแต่ก็สนุกดีนะ ใครมีคำถามติดต่อมาได้เลย พร้อมตอบทุกคำถามค่ะ

Twitter : @kooktfc

Facebook : https://web.facebook.com/kooktfc

 

ขอให้มีวันดีดีนะคะ

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s