ชีวิตนักเรียนทุน ADB – JSP : ซากุระ เปิดเทอม และความกังวล (ตอนที่ 3)

DSC_0160-2

こんばんは~

สวัสดีอีกครั้งนะคะ ตอนนี้อยู่ที่นาโกย่ามาเกือบหนึ่งเดือนแล้วค่ะ มีเรื่องมาเล่าให้ฟังด้วยล่ะ :)

เราออกเดินทางจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559 เวลาเที่ยงคืนนิด ๆ และมาถึงสนามบิน Chubu ประมาณ 7.30 น. เวลาญี่ปุ่น วันที่เราเดินทางมานั้นฝนตก ลมแรงและเมฆค่อนข้างเยอะ อุณหภูมิประมาณ 12 องศา (นาโกย่าเป็นเมืองที่ลมแรงและมีเมฆมาก) จากเครื่องบินเราต้องต่อรถของสนามบินเพื่อไป terminal ต่อจากนั้นเราก็เดินไป ตม. เจ้าหน้าที่ตม. ถามเราเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า เป็นมาเป็นนักเรียนใช่มั้ย เราก็บอกว่าใช่ แล้วขอให้เขาพูดภาษาอังกฤษ เขาถามอีกว่าจะทำงานพิเศษหรือเปล่า ตอนนั้นเราบอกไปว่า ไม่แน่ใจ แต่เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะทำเผื่อไว้ให้เลยละกัน จากนั้นก็ได้ Resident Card มาพร้อมหนังสือเดินทาง

จากตรงนั้น เราใช้เวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อรอกระเป๋า ทางสนามบินแจ้งว่าจะมีการตรวจกระเป๋าอย่างรัดกุมมากกว่าเดิม เพราะกำลังจะมีการจัดประชุมผู้นำอะไรสักอย่าง พอได้กระเป๋า ผ่านศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เจอกับ tutor ที่จะมารับเรา เป็นคนญี่ปุ่นคนนึง และเป็นคนเวียดนามคนนึง ตอนนั้น มีนักเรียนทุนเดียวกันที่มาจากเวียดนามมารออยู่ก่อนแล้ว จากนั้น เราก็เดินทางไปยังที่พัก

ที่พักของเรา เป็นหอพักของมหาวิทยาลัย ชื่อว่า International Resident Yamate อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ ถ้านั่งรถไฟใต้ดิน ก็สถานีเดียว แต่ส่วนใหญ่แล้วเราเดินไปเรียน ก็ใช้เวลาประมาณสิบนาที

เรามาถึงหอพักกันอย่างทุลักทุเลเพราะมีกระเป๋าใบใหญ่กันมาหลายใบ และต้องเดินขึ้นเขาลงเขากันหลายรอบ กว่าจะถึงก็ทำเอาหอบอยู่เหมือนกัน

 

12923330_1275877525773272_7717508027914906205_n
คนซ้ายเป็นเพื่อนชาวเวียดนาม และคนขวาเป็นพี่คนไทยที่ได้ทุนเดียวกัน

 

วันที่เรามาถึงกันนั้น เป็นวันที่วุ่นวายพอสมควรเลยล่ะ เพราะน้อง ๆ ระดับปริญญาตรีก็ย้ายเข้าหอกันในวันนั้น มีรถบริการย้ายบ้านจอดกันเต็มไปหมด หลังจากถึงที่พักก็ลงทะเบียนเข้าหอพัก ส่งเอกสารต่าง ๆ มีอบรมสั้น ๆ เรื่องการแยกขยะ (เป็นเรื่องที่ต่างจากบ้านเรามากจนทำให้งง แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้วล่ะ) การใช้ห้องทิ้งขยะ การใช้ตู้จดหมาย และอธิบายการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้อง

หอพัก

9575_1275877939106564_2589299605550527275_n

หอพักที่เราเข้าอยู่เป็นหอพักที่ค่อนข้างใหม่ (แต่ไม่ได้ใหม่ที่สุดของมหาวิทยาลัยหรอกนะ) มีสามชั้น ชั้นล่างสุดเป็นของนักศึกษาผู้ชาย ส่วนอีกสองชั้นเป็นของผู้หญิง ห้องที่เราพักอยู่มีขนาด 14 ตร.ม. มีเตียง แอร์/ฮีทเตอร์ ตู้เก็บของ ห้องน้ำ ครัวเล็ก ๆ ตู้เย็นและไมโครเวฟให้

DSC_0145

ทางหอพักเตรียมเครื่องนอนไว้ให้อย่างดี มี futon หมอน และผ้านวมอีกสองผืน สำหรับเราแล้วหมอนที่นี่เล็กไปหน่อย และเห็นหลาย ๆ คน ต้องไปหาซื้อหมอนเพิ่มกันคนละใบสองใบ

DSC_0147

ห้องน้ำมีทุกอย่างพร้อม มีน้ำอุ่น น้ำเย็นให้เลือกใช้ แต่ไม่มีสายฉีด ต่อมาเราก็เอาขวดน้ำวางในห้องน้ำ ไว้ใช้แทนสายฉีด

DSC_0148

ในห้องที่ญี่ปุ่นจะมีเครื่องดูดความชื้นออกจากห้องสองตัว ตัวนึงอยู่ในห้องน้ำ อีกตัวนึงอยู่ในห้องใหญ่ ปกติแล้วเราจะเปิดเครื่องดูดความชื้นอยู่ในระดับปกติ แต่พออาบน้ำเสร็จต้องปรับเป็นระดับสูงสักพัก เพื่อไล่อากาศออกจากห้อง

เอกสาร

  1. เอกสารที่ Ward Office เพื่อย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน สมัครเข้าประกันสุขภาพของรัฐบาลญี่ปุ่น และทำ pention exemption ตรงนี้เราบอกรายละเอียดอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่ เพราะ Tajima-san (เจ้าหน้าที่ที่ดูแลทุนการศึกษาของเรา) เขาเป็นคนเตรียมเอกสารให้ทั้งหมด เราแค่เอาไปยื่นที่ Ward (ของเราคือ Showa Ward)
  2. เปิดบัญชีธนาคาร เราไปเปิด JP Bank และเพิ่งเปิด UFJ ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน แนะนำว่าถ้าจะไปเปิดบัญชีให้พาเพื่อนที่พูดภาษาญี่ปุ่นไปด้วยจะดีกว่า เพราะทุกอย่างที่นี่มีภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักและเป็นภาษาอังกฤษนิดเดียว
  3. สิ่งที่สำคัญอีกอย่างนึง คือ บัตรนักเรียน เป็นบัตรที่ต้องมีคู่กับ Resident Card เสมอ ของมหาวิทยาลัยเรา เขาให้ไปรับวันเปิดเทอม และการลงทะเบียนสำหรับนักเรียนใหม่จะขยายเวลาให้เราได้ลองเรียนวิชาต่าง ๆ เป็นเวลา 1อาทิตย์ก่อนตัดสินใจว่าจะเรียนวิชาไหนบ้าง

อินเตอร์เน็ต

เรื่องที่ชวนปวดหัวที่สุดในเดือนแรก คือ เรื่องโทรศัพท์ ตอนแรก เราตั้งใจว่าจะมาซื้อไอโฟนใหม่ที่ญี่ปุ่น แต่เรื่องราวไม่ได้ง่ายแบบที่เราคิด เพราะเอกสารสำหรับการเปิดเบอร์ใหม่ หรือซื้อซิมแบบรายเดือน คือ Resident Card บัญชีธนาคารญี่ปุ่น และบัตรเครดิต ซึ่งเราเองไม่มีบัตรเครดิตทำให้เราจะซื้อไอโฟนแบบแบ่งจ่ายค่าเครื่องไปกับ contract 24 เดือนไม่ได้ สุดท้ายแล้วเราเพิ่งได้ pocket wifi มาจาก au มาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน (ค่าเครื่อง 28,080 เยน และรายเดือนประมาณ 5,000 เยน)

ในห้องเรียน

สัปดาห์แรกของการเรียนการสอน เราไปลองเรียนทั้งหมด 15 วิชา และตัดสินใจลงทะเบียนเรียนเพียง 8 วิชา ระบบการเรียนที่ญี่ปุ่น ไม่ค่อยเข้มงวดเรื่องวิชาที่เราจะลงเรียนสักเท่าไหร่ ที่บังคับจริง ๆ มีวิชาทั่วไปสองวิชา วิชาบังคับเอกสองวิชา และการเข้าสัมมนากับ advisor

การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ อาจารย์ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ญี่ปุ่น บางคนก็พูดภาษาอังกฤษเก่ง บางคนก็พูดแล้วฟังไม่รู้เรื่องเลย ในห้องเรียนจะเน้นการพูดคุย แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ มีบางคาบจัดให้เป็นเวทีดีเบทกันสนุกสนาน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่

เราพบปัญหาเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งเรื่องการฟังภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่น และการสื่อสารโดยการเขียนหรือการพูด เพราะภาษาอังกฤษของเราอยู่ในระดับกลาง ๆ ทำให้ในบางคาบ (เช่น ปรัชญาการเมือง) เราไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่ค่อนข้างซับซ้อนเป็นนามธรรมได้ ตอนนี้ก็พยายามจำวิธีการสื่อสารและการพูดจากคนที่เป็น Native Speaker อยู่ เราเองก็ยืมหนังสือเรื่องการเขียนภาษาอังกฤษมาลองเปิดอ่านดูบ้าง

ในแต่ละคาบ จะมีหนังสือที่แนะนำ (บังคับ) ให้ไปอ่านก่อนเรียน ตอนแรกเรารู้สึกว่า เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เราจะอ่านหนังสือจบก่อนเข้าเรียน แต่ในความเป็นจริงแล้ว แต่ละคาบเรามีหนังสือที่ต้องอ่านเยอะมาก (มาก มาก มาก มาก) และสิ่งที่มากกว่าปริมาณหนังสือ คือ ความยากของหนังสือแต่ละเล่ม หนังสือบางเล่มอาจารย์สั่งให้อ่านเพื่อจะมาบอกในห้องว่า ตั้งใจจะให้อ่านเล่มที่ยากที่สุด แล้วก็สอนด้วยเนื้อหาที่เข้าใจง่าย ๆ

โดยรวม ๆ แล้ว เราชอบวิชาที่ลงทะเบียนเกือบทุกวิชา ยิ่งเป็นวิชาเอกที่เราตั้งใจมาเรียนแล้วยิ่งสนุก เพราะเพื่อนร่วมห้องมาจากหลายที่ หลายวัฒนธรรม ทำให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้เจอกับปัญหาที่คคนในพื้นที่ยกมาดีเบทกับทฤษฎีที่อาจารย์สอน

ภาษาญี่ปุ่น

เราฝึกอ่านตัวฮิรางานะมาแล้วบ้าง แต่ในชีวิตจริง สิ่งที่รู้มาทั้งหมดแทบจะเท่ากับศูนย์ เราไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นเลย เราไปลงเรียนภาษาญี่ปุ่นที่อีกเขตนึง ซึ่งเขาก็เริ่มเรียนจากฮิรางานะใหม่ ตอนนี้ก็อาศัยอ่านหนังสือเองบ้าง ถามเพื่อนบ้าง ตอนนี้ก็พอจะฟังประโยคง่าย ๆ ออกบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่พอสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน

แผ่นดินไหว 

เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวที่คุมาโมโตะ และทางกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นออกเตือนให้ระวังเพราะศูนย์กลางของแผ่นดินไหวมีการเคลื่อนตัวมาทางตะวันออกเฉียงเหนือ รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยให้โหลดแอป Yurikuru ไว้เพราะเจ้าแอปนี้จะเตือนเมื่อมีสัญญาณจะเกิดแผ่นดินไหว บางครั้งก็เตือนว่ากำลังจะเกิดในอีกไม่กี่นาทีนี้ (https://itunes.apple.com/jp/app/yurekurukoru/id398954883?mt=8) พอโหลดเจ้าแอปปลาดุกนี้มา (หน้าตาแอปเป็นรูปคล้าย ๆ ปลาดุก) ก็ทำให้กังวลกว่าเดิม เพราะมันเตือนเกือบจะตลอด บางคืน เตือนเป็นสิบครั้งก็มี แต่การที่เราเห็นว่ามีแผ่นดินไหวที่ไหนในญี่ปุ่นบ้าง ก็ทำให้เรารู้ว่าตอนนี้รอบ ๆ ตัวเป็นยังไงกันบ้างแล้ว ใครที่เพิ่งมาอยู่ญี่ปุ่น เราแนะนำให้โหลดนะ ตั้งค่าดี ๆ จะได้ไม่ตกใจบ่อย ๆ )

ค่าครองชีพ

ค่าครองชีพที่นี่สูง (มาก) จนเราต้องทำอาหารทานเองเกือบทุกมื้อเลยล่ะ มีแวะไปทานซูชิ หรืออาหารไทย ที่เป็นอาหารราคาแพงมาครั้งสองครั้ง แต่โดยปกติแล้ว ก็ไม่ออกไปทานข้างนอกสักเท่าไหร่ ใครหลาย ๆ คนอาจจะนึกไม่ออก เพราะถ้าเรามาเที่ยว อาหารมื้อละสองร้อยบาท (600 yen) ก็ถือว่าไม่แพงมากเท่าไหร่ แต่สำหรับเราที่มาอยู่ที่นี่ ราคาที่รับได้คงอยู่ที่มื้อละ 350 yen ถ้าสูงกว่านี้ เราถือว่าแพง อาหารการกินที่นี่ก็ดีตามราคานะ ผัก ผลไม้ เส้นสด ก็สดใหม่และอร่อยพอสมควร น้ำผลไม้ราคาไม่ได้ต่างจากน้ำอัดลมสักเท่าไหร่ ทำให้เราลดการดื่มน้ำอัดลมไปได้แบบเด็ดขาดเลย และเพราะค่าครองชีพค่อนข้างสูง ทำให้เราเป็นคนที่คิดเยอะขึ้นเวลาที่จะซื้ออะไรสักอย่าง และก็เลือกทานน้อยลง หรือจะบอกว่าทานเก่งขึ้นก็ไม่ผิดสักเท่าไหร่

เราขอปิดท้ายด้วยภาพของซากุระ และดอกไม้น่ารัก ๆ จากนาโกย่า

ฝากเพจของเราด้วยนะคะ :)https://www.facebook.com/littlewalkingsheep/

12987198_472138282992268_6627891510277975041_n

12512402_1275878229106535_8551254885265624986_n

12920368_1277256792302012_4811379189243800982_n

13083184_1287384217955936_6549522558091704722_n

 

2 thoughts on “ชีวิตนักเรียนทุน ADB – JSP : ซากุระ เปิดเทอม และความกังวล (ตอนที่ 3)

  1. lilpompam April 30, 2016 / 10:47 pm

    อ่านแล้วได้ความรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นเยอะขึ้นด้วยล่ะค่ะ🙂

    • little sheep April 30, 2016 / 11:04 pm

      ขอบคุณนะคะ มีกำลังใจเขียนขึ้นมาเลย🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s