ชีวิตนักเรียนทุน ADB – JSP : เดือนที่สอง (ตอนที่ 4)

เดือนพฤษภาคมกำลังจะผ่านไปแล้วเนอะ เป็นเดือนที่น่ารักหรือเปล่าเอ่ย

ความกังวล

เมื่อช่วงต้นเดือน เราเจอปัญหาในการจัดการความรู้สึก ความกังวลของตัวเองอยู่พอสมควร เรื่องมีอยู่ว่า ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เราได้พบเจอคนที่หลากหลายมาก ๆ ในคณะของเรามีนักเรียนมาจากเกือบทุกส่วนของโลก ทุกคนมีพื้นฐานที่ต่างกัน ความสามารถก็ต่างกัน สิ่งที่เรากังวลมาก ๆ คือ

เรื่องภาษา การใช้ชีวิตที่นี่ เราใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น และใช้ภาษาอังกฤษในประเด็นที่ลึกซึ้งมากขึ้น  และมีบางครั้งที่เรารู้สึกว่าการอธิบายความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นภาษาอังกฤษนั้นไม่ได้ตรงตามสิ่งที่เราคิดจริง ๆ สิ่งนั้นทำให้เรากลับมาต่อว่าตัวเองที่ไม่สามารถสื่อสาร ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างที่ควรจะเป็น นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว เราก็พยายามเรียนภาษาญี่ปุ่นไปพร้อม ๆ กัน และนั่นก็ทำให้เรากังวลอีกว่า ทำไมเรามาอยู่ญี่ปุ่นสักพักแล้ว เรายังฟังภาษาญี่ปุ่นแทบจะไม่ได้เลย จนกลับมานั่งคิดว่า ภาษาเป็นเรื่องที่เราต้องใช้ให้คุ้นเคย และเราก็เพิ่งมาอยู่ในบริบทของสังคมที่ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่นแค่เดือนนิด ๆ ตอนนี้เลยตั้งใจว่า จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าทีจะทำได้ และถ้าเราพยายามมากพอ อีกสักพัก ภาษาของเราก็จะดีขึ้น ไม่มากก็น้อย

เรื่องเพื่อน เราเป็นคนที่เข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง และเราไม่ค่อยชอบพบเจอคนเยอะ ๆ พร้อม ๆ กัน เราชอบที่จะอยู่คนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว แต่พอมาอยู่ที่นี่ เรามีเพื่อนมากขึ้น เราก็กังวลว่าเราจะทำอะไรไม่ดีให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบแกล้งคนนู้นคนนี้ (เพราะคิดว่า จะเป็นทางที่ง่ายที่สุดที่ทำให้เรากับเขาสนิทกัน) พักหลัง ๆ กลายเป็นกังวลว่า เขาจะไม่พอใจที่เราพูดแบบนั้นแบบนี้ไหม มีอยู่ช่วงนึงที่เรารู้สึกว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่เราควรจะอยู่ ไม่ใช่ในสังคมแบบนี้ หรือบางทีเราอาจจะไม่เหมาะกับสังคมเลยก็ได้

เรื่อง thesis ช่วงเดือนนี้ เราเริ่มทำงานวิจัยบ้างแล้ว ตอนนี้เรามีงานวิจัยอยู่ในมือประมาณ 5 โครงการ เราใช้เวลากับงานวิจัยอื่น ๆ ไปจนไม่มีเวลาคิด thesis ของตัวเอง ระบบการทำ thesis ของที่นี่ คือ จะแบ่งนักศึกษาไปตามเซนเซย์ที่มีความถนัดด้านนั้น ๆ แล้วจะมีคาบสัมมนาทุกอาทิตย์เพื่อให้เซนเซย์ได้ช่วยในการทำ thesis เราอยู่ในความดูแลของ Nishikawa-sensei วิธีสอน คือ ทุกระดับชั้นจากปริญญาโทปี 1 ถึงปริญญาเอกปี 3 จะมีการนำเสนองานวิจัยทุกอาทิตย์ เริ่มจากระดับสูงสุดไล่ลงมาเรื่อย ๆ และให้เพื่อน ๆ ในห้องถามและเสนอความคิดเห็น ก่อนที่เซนเซย์จะสรุปและเสนอแนะเป็นคนสุดท้าย คำถามในห้องดุเด็ดเผ็ดมัน น่ากลัวด้วย น่าสนุกด้วย ยังไงก็ภาวนาให้ราบรื่นละกันเนอะ

 

เพื่อนใหม่

เมื่อช่วงต้นเดือน เราได้ไปกินบาร์บีคิวกับเพื่อน ๆ คนไทยในนาโกย่า มากันประมาณ 40 คน เป็นบาร์บีคิวแบบเต็มรูปแบบครั้งแรกของเราเลยล่ะ ช่วงนี้อากาศที่ญี่ปุ่นเริ่มร้อนขึ้นแล้ว แต่คนญี่ปุ่นก็ยังออกมาปิกนิคกันทุกวันหยุด อากาศอุ่น ๆ ลมพัดสบาย ๆ อยากให้ลองมาปิกนิคด้วยกันจังเลยเนอะ🙂

DSC_0861.jpg

อาทิตย์ที่ผ่านมา มีเพื่อนที่เรารู้จักในทวิตเตอร์มาเที่ยวที่นาโกย่า เลยได้พาไปเยี่ยม Nagoya Castle สวน Noritake และไปเดินเล่นที่ Oasis 21 ขอบคุณที่พกอาหารไทยมาฝากนะ ><)

DSC_0933DSC_0950DSC_0991

จักรยาน

S__16195586

เราเพิ่งได้จักรยานคันใหม่มา ชื่อว่า Ame แปลว่า ฝน เป็นจักรยาน Dahon Broadwalk D7 2016 (International Model) ตอนแรกเราตั้งใจจะซื้อสีขาวสลับชมพู แต่สีนั้นหมดวันที่เราไปซื้อพอดี แบบมีคนโฉบไปต่อหน้าต่อตา เลยได้เจ้าคันนี้มาแทน เราเจอเจ้าคันนี้ที่ Bic Camera อยู่ตรง Nagoya Station ราคาอยู่ที่เกือบ ๆ หกหมื่นเยน ถ้านักท่องเที่ยวมาซื้อก็ได้ราคานี้เลย แต่เรามีวีซ่าญี่ปุ่นเลยโดนบวกภาษีอีกจบที่ หกหมื่นนิด ๆ และซื้ออุปกรณ์ไปอีกประมาณหมื่นเยน (ยูล็อก/ไฟหน้า/ไฟท้าย/ไมล์) ที่ร้านเขาจะเช็คทุกอย่างและเซทจักรยานให้ทั้งหมด ต้องทิ้งจักรยานไว้ที่ร้านประมาณ ชั่วโมงครึ่ง พอกลับมาก็ได้เจ้าคันนี้แบบนี้เลย อ่อ จักรยานของเราจะปั่นในญี่ปุ่น เลยต้องเสียค่าลงทะเบียนป้ายทะเบียนจักรยานอีก 500 เยน ถ้าไม่มีป้ายอันนี้ ตำรวจจะคิดว่าขโมยจักรยานมา และอาจจะโดนจับได้เลยนะ เสร็จสรรพเรียบร้อย วันต่อมาเราก็ไปลองปั่นแถว ๆ Higashiyama Koen

เราพบว่า การปั่นจักรยานที่ญี่ปุ่นสนุกดี แต่ก็ไม่ได้ปั่นง่ายเท่าที่เราคิดไว้ตอนแรก ขอเกริ่นนิดนึงว่า ที่ญี่ปุ่นมีกฎหมายเรื่องการปั่นจักรยานที่ค่อนข้างเคร่งครัด เช่น เราต้องปั่นบนทางเดิน หรือทางที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น การปั่นข้ามถนน ก็ต้องข้ามทางม้าลาย (แบบคนเดินข้าม) นั่นแปลว่า เราต้องระมัดระวังคนเดินถนน และต้องดูสัญญาณไฟจราจรตามแบบคนเดิน สิ่งที่เป็นปัญหา คือ ที่ญี่ปุ่นมีเนินเยอะมาก ๆ และเป็นเนินที่ค่อนข้างสูง ตอนปั่นขึ้นก็เหนื่อย ตอนปล่อยไหลลงก็ต้องระวังคน กลายเป็นว่าเราปั่นได้ช้ามาก ๆ (แต่หลาย ๆ ครั้ง เราก็ลงไปปั่นบนไล่ทางนะ แบบปั่นตามหลังคุณลุงคนญี่ปุ่นอะไรแบบนี้) และที่ถนนญี่ปุ่นมีไฟจราจรเยอะมาก แปลว่าเราต้องเบรกทุก ๆ แยก ทุก ๆ ไฟแดง บางครั้งไฟแดงอยู่ห่างกันแค่ 50 เมตร เราก็ติดมันสองไฟแดงเลย 555

แต่กฎจราจรก็เอื้อให้การเดินทางปลอดภัยขึ้น และเรารู้สึกได้ว่า เราไม่ต้องกังวลว่าจะโดนรถยนต์หรือรถเมล์เกี่ยวระหว่างปั่นจักรยาน ปั่นได้อย่างสบายใจเลย

ที่นาโกย่า มีคนขโมยจักรยานกันเยอะ จักรยานพับก็เป็นอีกแบบที่นิยม ที่หอพักเตือนให้เราซื้อที่ล็อกจักรยานเพิ่มอีกอันนึง ที่นี่จักรยานแพง ๆ ล็อกสองสามอันทุกคันเลย อีกหน่อยถ้าเราย้ายหอ สงสัยต้องพับเจ้าตัวเล็กเก็บเข้าห้องแล้วล่ะ🙂

เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ 

เป็นนักเรียนทุน ไม่ใช่ว่าไม่ต้องกังวลเรื่องเงินนะ เราเองก็มีปัญหาในการจัดการเงินให้เพียงพอในแต่ละเดือนอยู่เหมือนกัน เมื่อเดือนที่แล้ว เราต้องยืมเงินในเก็บตัวเองมาใช้ ตอนนี้ก็น่าจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ดูจากรายรับรายจ่ายของเราแล้ว เงินส่วนใหญ่เราหมดไปกับเรื่องกิน (กินแล้วก็อ้วน อ้วนแล้วก็อ้วน) และการเดินทาง ตั้งใจว่าอีกหน่อย จะปั่นจักรยานแทนนั่งรถไฟใต้ดิน จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้บ้าง

เราเองกำลังจะต้องย้ายหอ เลยมีค่าใช้จ่ายพวก เงินประกัน บางส่วนที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้เราเองต้องคำนวนเงินใหม่ทุกวัน พอย้ายหอเสร็จอะไร ๆ ก็น่าจะลงตัวกว่านี้เนอะ

เรื่องทั่ว ๆ ไป

  • เดือนนี้มีวันเด็กผู้ชาย / วันเด็ก บรรยากาศครึกครื้นดี เด็ก ๆ เต็มรถไฟใต้ดิน มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะDSC_0793
  • หัดเล่นเทนนิส สนุกและยากไปพร้อม ๆ กัน🙂
  • เพิ่งสมัครบัตรเครดิตของของญี่ปุ่นไป ปกติแล้วนักเรียนต่างชาติที่มาเรียนที่ญี่ปุ่นจะสมัครบัตรเครดิตยาก เพราะไม่มีรายได้ที่ญี่ปุ่น แต่ของเราเป็นกรณีพิเศษที่มหาวิทยาลัยร่วมกับธนาคารเขาเปิดโอกาสให้ นักเรียนทุนสามารถสมัครได้ โดยที่สมาวิทยาลัยเตรียมเอกสารว่าเราได้ทุนจาก ADB ไว้ให้ และจัดวันสมัครให้เรามาพร้อม ๆ กัน เพราะแบบฟอร์มเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย ทุนของเราดูแลเราดีมาก ๆ ดีจนบางทีก็กลัวว่าตัวเองจะทำอะไรไม่เป็นเหมือนกัน
  • เราไม่แน่ใจว่าเคยบอกไปหรือยังว่า เรามีติวเตอร์เป็นของตัวเองด้วยล่ะ ที่คณะเราเขาจัดให้นักเรียนต่างชาติปริญญาโทปี 1 มีติวเตอร์เป็นของตัวเองเป็นเวลา 1 ปี ติวเตอร์ของเราเป็นคนญี่ปุ่น ชื่อว่า Manami เขาเรียนคนละโปรแกรมกับเรา เขาช่วยเราเรื่องการติดต่อกับคนญี่ปุ่น เรื่องการย้ายบ้าน สัญญาเช่าบ้าน โทรหาบริษัทไฟฟ้า บริษัทแก๊สได้เยอะเลยทีเดียวล่ะ

 

หมดแล้วสำหรับเดือนนี้ ขอตัวไปปั่นการบ้านต่อแล้วนะคะ เจอกันเดือนหน้าเนอะ

ปล. ภาพของเดือนนี้  https://www.facebook.com/kooktfc/media_set?set=a.1296061647088193.1073741913.100000531102957&type=3&pnref=story

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s