วันที่เราก้าวเข้าไปในเขต DMZ

End of separation, beginning of unification.

ปิดเทอมนี้ เราได้มาเที่ยวเกาหลีเป็นครั้งแรก และสิ่งนึงที่เราสนใจและอยากไปมากที่สุดในเกาหลี คือ Korean Demilitarized Zone (DMZ) เป็นพื้นที่ buffer zone ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสองเกาหลี

เขต DMZ มีขึ้นมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเกาหลีและมีการลงนามให้มีพื้นที่นี้ขึ้น กว้าง 2 กิโลเมตรจากทั้งสองฝั่งของเส้นขนานที่ 38 องศา (ที่เป็นเส้นชายแดนของสองประเทศ)

การเข้าเขตนี้ เราจะไปเองไม่ได้ ประมาณว่าต้องซื้อทัวร์เพื่อเข้าไปในพื้นที่ เพราะจะมีการตรวจสอบและมีข้อห้ามค่อนข้างเยอะ ทัวร์ที่ไป DMZ มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบครึ่งวัน เต็มวัน หรือว่าจะเข้าไปถึง Panmunjeom ที่เป็นจุดที่ใกล้เกาหลีเหนือมากมาก ราคาก็มีหลายราคาแล้วแต่ว่าจะเลือกกัน ส่วนเราจองทัวร์ครึ่งวัน เส้นทางของเราจะเป็น จากโรงแรมไป Imjingak Park – Freedom Bridge – The 3rd Infiltration Tunnel – Dora Observatory – Dorasan Station

ตอนเช้าเป็นคุณลุงเกาหลีมารับที่โรงแรมแต่เช้า และสิ่งที่ลุงเตือนว่าลืมไม่ได้เด็ดขาดคือ passport  จากนั้นก็ไปเปลี่ยนรถเป็นรถบัสคันใหญ่ สำหรับคนที่จะไปแนะนำให้นั่งฝั่งซ้ายของรถ เพราะเราจะสามารถมองเห็นเขตเกาหลีเหนือได้ตอนที่อยู่บน highway เราเดดินทางด้วยบัส ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที แล้วแต่ว่ารถติดมากน้อยแค่ไหน (สภาพการจราจรที่เกาหลีไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่เลยล่ะ ถ้าติดก็ติดมากมาย)

Imjingak Park – Freedom Bridge

DSC_3886.jpg

ที่ Imjingak Park เราจะได้เห็นทางรถไฟที่เคยเชื่อมเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างหยุดนิ่งไปหมด เหมือนมีเพียงความทรงจำที่เจ็บปวดเท่านั้นที่ยังเคลื่อนไหว ตรงใกล้ ๆ ทางออกไปสะพาน เราจะเจอหัวจักรรถไฟ (ไม่แน่ใจว่าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า) ที่เคยผ่านกระสุนจากสงครามเกาหลีมาด้วยล่ะ

DSC_3881

DSC_3876

ที่ข้าง ๆ กับทางรถไฟนั้น เราจะเจอกับรั้วหนามที่มีผ้าผูกเอาไว้เต็มไปหมด ไกด์บอกว่าเวลาถึงวันสำคัญ คนที่มีญาติหรือเพื่อนอยู่ฝั่งเหนือ เขาจะมาขอพร หรืออวยพรโดยการเขียนบนผ้าผืนเล็ก ๆ แล้วผูกเอาไว้

DSC_3883

DSC_3888

หลังจากนั้นเราก็ได้ขึ้นรถบัสเพื่อต่อเข้าไปเขต DMZ ก่อนเข้าถึงในเขตทหาร จะมีทหารขึ้นมาตรวจ passport ไกด์บอกให้เราถอดแว่นตา

DSC_3891

แล้วเราก็เดินทางไป The 3rd Infiltration Tunnel เป็นอุโมงค์ที่เกาหลีเหนือขุดลอดใต้เขตเส้นพรมแดนเพื่อโจมตีเกาหลีใต้ช่วงสงครามเกาหลี จริง ๆ แล้วอุโมงค์มีทั้งหมด 4 อุโมงค์ (นับตามลำดับการค้นพบ) แต่อุโมงค์ที่เขาเปิดให้เข้าไปดูข้างในได้คือเจ้าอุโมงค์ที่สามนี่แหละ

ในอุโมงค์เขาไม่ให้เราพกสัมภาระเข้าไป ยกเว้นน้ำเปล่า และไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้วยล่ะ พอเราเข้าไปเขาจะให้เราใส่หมวกกันน็อค ซึ่งช่วยได้มากเลยล่ะ เพราะว่าทางข้างในค่อนข้างเตี้ยและแคบ เราเองก็หัวกระแทกอยู่หลายครั้ง ทางเดินจะเป็นทางเดินลาดในอุโมงค์ที่เกาหลีใต้สร้างขึ้นเพื่อลดระดับลงไปเจอกับอุโมงค์เดิมที่เกาหลีเหนือสร้างเอาไว้ ตรงทางลาดลงจะค่อนข้างยาวเพื่อให้เราปรับตัวกับระดับความกดอากาศที่เปลี่ยนไป ทางเดินตรงนี้ค่อนข้างลื่น เลยแนะนำให้เดินช้า ๆ กันเนอะ ใครมีโรคประจำตัวให้ระวังตัวนิดนึงเนอะว่าจะเดินไหวหรือเปล่า

พอเดินลงไปสุดถึงอุโมงค์ด้านล่าง เราได้เดินมุดในอุโมงค์ ที่แคบลง ชื้นขึ้น และเดินยากกว่าเดิม ตรงปลายสุดของอุโมงค์ (ประมาณ 300 เมตรจากจริง ๆ เป็นพันเมตร) จะเป็นเขตที่เขากั้นเอาไว้ เราแอบอยากเห็นปลายอีกฝั่งนึงที่อยู่ในเขตเกาหลีเหนือด้วยเลยล่ะเนี่ย ><)

ที่ตรงนี้มีของฝากที่น่าสนใจ คือ เหล้าจากเกาหลีเหนือ ช็อกโกแลตถั่วเหลือง (ที่ถั่วเหลืองนั้นปลูกในพื้นที่ DMZ ด้วยล่ะ)

Dora ObservatoryDSC_3918

ที่ตรงนี้ เราได้เห็นเขตแดนของเกาหลีเหนือด้วยล่ะ จะมีจุดที่บอกว่าตรงไหน คือ อะไรในฝั่งเกาหลีเหนือด้วยล่ะ ถ้าไปวันที่แดดดี ๆ จะเห็นอีกฝั่งนึงชัดมาก🙂

หลังจากที่ดูวิวที่จุดนี้ ไกด์ชาวเกาหลีใต้บอกว่า การที่พวกเราเป็นถูกแบ่งออกเป็นสองประเทศนั้น เป็นเรื่องที่เจ็บปวด เป็นความเจ็บปวดที่คนประเทศอื่น ๆ จะไม่เข้าใจ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีญาติหรือเพื่อนอยู่ที่เกาหลีเหนือ แต่เขาก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ข้างในเมื่อเขามาเห็นการแบ่งแยกที่เกิดขึ้น

DSC_3902DSC_3911DSC_3907

Dorasan Station

DSC_3920

เป็นจุดที่เราชอบที่สุดเลยล่ะ สถานีนี้เป็นสถานีรถไฟที่เกาหลีใต้สร้างไว้เพื่อรอเชื่อมกับเกาหลีเหนือ

DSC_3927DSC_3936DSC_3931DSC_3929

ที่นี่เขาสร้างที่อย่างไว้พร้อมรอเปิดเชื่อมกับเกาหลีเหนือแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถานี เคาท์เตอร์ขายตั๋ว ตม. และถ้าได้เปิดเชื่อมกันจะสามารถสร้างทางรถไฟเชื่อมไปได้ถึงทรานไซบีเรียเลยล่ะ เราว่าที่ตรงนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ดีนะ แต่การที่มีจุดนี้ก็หมายความว่า การที่สองเกาหลีจะกลับมารวมกันนั้นเป็นเพียงความฝันที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก ๆ เลยล่ะ

มุมทั่ว ๆ ไปของ DMZ ให้ความรู้สึกเหมือนชนบทที่ทำเกษตรกรรม มีการปลูกพืชผัก ผลไม้ และโสม โดยไม่ใช้สารเคมี ไกด์บอกว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ปลอดสารเคมี และถูกอนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่สะอาดของเกาหลีใต้เลยล่ะ แต่ทุกกิจกรรมอยู่ใต้การควบคุมของทหาร ไม่มีพลเรือนอยู่ในเขตนี้

DSC_3941

“Freedom is not free.”

เราหวังว่าวันนึง เรื่องราวระหว่างสองเกาหลีจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นเนอะ🙂

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s