ฉันเรียกคุณว่า “ความรัก”

ฉันเรียกคุณว่า “ความรัก”

มือข้างซ้ายของคุณ มือข้างขวาของฉัน เราประสานมือข้างที่เราถนัดเข้าด้วยกัน มือคุณมีอุณหภูมิอุ่น และนิ่มกำลังพอดี มือของฉันจะทำให้คุณรู้สึกอะไรแบบนี้บ้างหรือเปล่า

มือของคุณและฉัน เปรียบเสมือน สัญลักษณ์ของการฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหา ในวันที่ฉันเหนื่อยจนอยากจะวิ่งหนี คุณก็ใช้มือนั้น โอบกอดฉันไว้ ในวันที่คุณท้อแท้อยากจะเดินจากไป มือของฉันนี่แหละที่จะพยุงหัวใจของคุณ

เราสองคน มีความสนใจในคนละเรื่อง แต่มือของเราก็ยังประสานกันอยู่ แม้ในวันที่เราแยกย้ายไปทำสิ่งที่ต่างคนต่างสนใจ

คุณเป็นคนเงียบและชอบรับฟัง ฉันเป็นคนเสียงดังและชอบให้คุณแสดงความคิดเห็น

คุณเป็นคนติดบ้าน ฉันหลงรักการเดินทาง

คุณชอบทานเนื้อสัตว์ ฉันไม่ทานเนื้อสัตว์

คุณชอบดูหนังที่บ้าน ฉันชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์

คุณชอบเล่นเกม ฉันติดโซเชียล

คุณชอบดูรายการนอกกระแส ฉันติดละครบางเรื่อง

คุณไม่ดูฟุตบอล ฉันติดฟุตบอล

คุณฟังเพลงเก่า ฉันฟังเพลงใหม่

คุณชอบอยู่กับครอบครัว ฉันชอบเวลาส่วนตัวของเรา

คุณชอบส้ม ฉันชอบสีฟ้า

เราแตกต่างกัน ทั้งท้ศนคติการใช้ชีวิต และความชอบส่วนตัว แต่เราก็ยังเดินไปด้วยกัน จังหวะการก้าวขายังเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและไม่เหน็ดเหนื่อย เรายังประสานมือกัน ยิ้มให้กัน และยังพร้อมจะเดินไปพร้อมกันเสมอ

หากความรักเป็นเรื่องราวง่ายๆ เราก็คงจะไม่เห็นความพิเศษของความรักที่แสนธรรมดาครั้งนี้

เขาว่ากันว่า ความรัก คือ ความเข้าใจ แต่สำหรับความรักของเรา ฉันขอนิยามคำว่า “ความรัก” ว่า “คุณ”

คุณผู้เป็นหัวใจ ผู้เป็นความรัก

ขอบคุณนัทนัท

บันทึก คาโมะเมะ

บันทึก
22.12.14
02.27 น.
ถอดเลนส์ออกจากกล้องเรียบร้อยแล้ว
ดูสภาพกล้องน่าจะซ่อมไม่ได้ล่ะ
กล้องเสียหายมากกว่าที่คิดคราวแรก

กล้องแตกและร้าวไปฝั่งนึง ยังไม่แน่ใจว่าเลนส์จะเสียหายมากแค่ไหน
ถอดพลังงานน้อยๆและสมองเล็กๆมาเก็บไว้

คิดถึง 3 เดือนของเรา คิดถึงวันแรกที่เราเจอกัน คิดถึงรอยยิ้ม คิดถึงเสียงพูดที่เราสื่อถึงกัน สัญญากับปั้นคุงจะไม่ร้องไห้แต่น้ำตากับเสียงสะอื้นยังมีอยู่

ถามว่าเราจะเสียใจไปอีกนานแค่ไหน
ก็คงนานจนกว่าเราจะหากล้องสักตัวมาแทนเจ้าตัวนี้ได้ (ทั้งในเชิงสัญลักษณ์และความรู้สึก)

ถามว่าจะมีกล้องตัวไหนมาแทนเจ้าตัวนี้ได้มั้ย
แน่นอนล่ะว่า”ไม่มี”

เช้าวันนี้ความรู้สึกหนึ่งย้อนแย้งกับอีกความรู้สึกหนึ่ง

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ แต่ก็ระวังได้
ทำไมเราเหยียบเท้าคนอื่นแล้วยังต้องขอโทษล่ะ เหตุผลง่ายๆ เพราะเรารู้ว่าการเหยียบเท้าทำให้คนอื่นเจ็บ
และ”ความรู้สึก”ของแต่ละคนก็แตกต่างกัน

ขอโทษนะเจ้าตัวเล็ก ที่เค้าไม่เคยปกป้องดูแลหนูได้ดีเท่าที่ควร
ขอโทษนะ ที่เราต้องมาเสียใจกันอยู่แค่ 2 คน

แด่ เจ้าคาโมเมะ กล้องที่บินได้ :’)

ปล. แค่รูปแรกของเรา เราสองคนก็ยิ้มไปได้หลายวันแล้วเนอะ

โพสต์วันที่ 22 ธันวาคม 2557

ภาพสุดท้ายของคาโมเมะ

ภาพสุดท้ายของคาโมเมะ

จำได้ว่า ตอนที่ถ่ายรูปนี้ เรามีความสุขมาก เพราะเจ้าเลนส์ fix ทำหน้าที่ได้ดีกว่าที่ผ่านมาทั้งวัน เรายังกระซิบกับกล้องอยู่เลยว่า เดี๋ยวกลับลงไปลานสนแล้วพวกเราจะไปเดินหาลูกสนถ่ายเล่นกัน
แต่..
รูปนี้เป็นรูปสุดท้าย
น่าเสียใจไม่น้อยที่รูปสุดท้ายกลับเป็นรูปธรรมดาๆ ไม่อิงทฤษฎีการถ่ายรูปอะไรทั้งนั้น น่าเสียดายที่รูปสุดท้าย เราก็ยังถ่ายด้วยโหมดธรรมดาๆ

เธอน่ารักมากนะ ใช่ เรารักเธอมาก
เราสูญเสียเธอไป แต่เธอจะนั่่งอยู่ในใจเราเสมอล่ะ
เราจะไม่มีวันลืมคนที่ทำให้เธอเจ็บ เราจะแค้นเคืองอะไรเขา แต่เราจะจำไว้ว่าเขาคือคนที่พรากเธอไป

รัก
แด่ คาโมเมะ กล้องตัวเล็กที่บินได้ :’)

 

โพสต์วันที่ 24 ธันวาคม 2557

ใบเมเปิ้ลสีแดง

ใบเมเปิ้ลสีแดง
“นั่นไงเมเปิ้ลสีแดง” เสียงพูดผสมความตื่นเต้น พร้อมเอื้อมมือสัมผัสใบไม้ใบน้อยที่นอนนิ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นดิน
ทำไมใบเมเปิ้ลที่สวยงามต้องเป็นเมเปิ้ลแดง ทำไมใบไม้สีแดง ถึงดึงดูดกว่าใบไม้สีเขียว
ใบเมเปิ้ลน้อยๆถูกหยิบขึ้นจากกองดิน บ้างถูกเปลี่ยนที่นอนจัดแจงหาแสงให้สะท้อนความสวยงาม บ้างถูกเก็บเข้าสมุดก่อนจะได้เดินทางไกล บ้างถูกมัดรวมไว้บนกระเป๋าสะบัดลอยตามจังหวะการเดินทาง
เพราะเจ้าใบเมเปิ้ลเป็นสีแดง เจ้าจึงได้ออกเดินทาง

 

โพสต์วันที่ 24 ธันวาคม 2557

 

สิ้นปี 2557 ต้นปี 2558

ปี 2557
1. เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสังคม ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยโอเคกับระบบ แต่จะพยายาม :’)
2. นัทไปญี่ปุ่น ทะเลาะกันตั้งแต่ก่อนไป จนทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่อยๆ แต่เราได้เรียนรู้กันมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
3. ปั่นจักรยาน ได้เจอทาเคะ ได้รักทาเคะ ได้ท้าทายตัวเองด้วย 100 kms. Night ride และ…ติดใจการปั่นจักรยาน
4. กล้องถ่ายรูปตัวแรก หัดถ่ายรูป และ กล้องตัวแรกประสบอุบัติเหตุ … รักการถ่ายรูป
5. เที่ยวภูกระดึง ภูสอยดาว ปะทะอากาศ 2 องศา ไต่เขาสู่ 2,100 ม. เหนือระดับน้ำทะเล สนุกจัง
6. ดูดาว เริ่มดูดาวเป็นแล้ว smile emoticon
7. แอลกอฮอล์ ปีนี้ดื่มแอลกอฮอล์เยอะจนต้องบังคับให้เว้นวรรคบ้าง แต่ถ้าจัด fullmoon มา หนูน่ะแพ้เลย
8. ทิศ รู้เรื่องทิศทางและการเดินทางเพิ่มมากขึ้น (ปลื้มใจ)
9. ย้ายมาอยู่คอนโด บรรยากาศเปลี่ยนไปเยอะ แต่ก็ดีนะ
10. เงิน จนสิ้นปีแล้วก็ยังไม่มีเงินเก็บ ผลจากทุกข้อที่ผ่านมา

 

ปีใหม่ ว่าจะ…
1. เที่ยวให้น้อยลง อาจจะเหลือเดือนละครั้ง (อ้าว เดือนนี้หมดแล้วดิ ไม่เอาไม่นับทริปเมื่อวาน 55555)
2. เก็บเงินทุกเดือน จะมากจะน้อยต้องมีเงินเหลือ
3. ยิ้ม จะยิ้มให้มากขึ้น ใครจะว่าเราบ้าก็เหอะ อย่างน้อย ก็ไม่ต้องทำหน้าเฉยใส่ใครแล้วเขาจะคิดว่าเราทำหน้าบึ้ง
4. เปิดใจมากกว่าเดิม ทั้งเรื่องงาน เรื่องคน เรื่องที่ชอบ เรื่องที่ไม่ชอบ
5. หัดดูดาว ต้องรู้จักดวงดาวให้มากกว่าเดิม ใช้แผนที่ดาวให้คุ้มค่า
6. หากล้องตัวใหม่ หลงรักและหัดถ่ายรูป
7. เก็บเงินซื้อจักรยาน เพื่อจะได้บรรลุสิ่งที่คิดไว้ในปีหน้านู้น คือ ปั่นจักรยานไปเที่ยว
8. รถไฟ เที่ยวด้วยรถไฟให้มากขึ้น ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟให้มากขึ้น
9. ภาษา เริ่มอ่านภาษาจีนอีกรอบ เริ่มสักทีเหอะ :’)
10. รักและเข้าใจคนในครอบครัวของเรา และของคนที่เรารักให้มากขึ้น

โพสต์วันที่ 4 มกราคม 2558

ทริป น่าน

สรุปทริปน่าน
– โดนจ้างไปเป็นไกด์ แบกหาม และถ่ายภาพ
– รู้ตัวตอน 17.00 น. ต้องไปเอาตั๋วก่อน 20.00 น. ใช้เวลาจัดกระเป๋า 5 นาทีถ้วน
– ขอโทษเพื่อนๆที่ผิดนัด และไม่ได้โทรแจ้ง จะต้องไถ่โทษด้วยอะไรดีง่า ;______________;) Parebong ทิงนองนอย Sasirada Thapoen PrincessPor Cassiopeia
– น่าน จังหวัดน่ารัก
– ปั่นจักรยานง่ายกว่าเชียงใหม่
– ค่าครองชีพสูงกว่าเชียงใหม่ (อย่างไม่น่าเชื่อ)
– อุณหภูมิช่วงที่ไป ต่ำสุด 10 c สูงสุด 23 c
– พญาเสือโคร่งงามยังกับอยู่ญี่ปุ่น
– ส้มเมืองน่านหวาน อร่อย และแพงมาก
– ดอยเสมอดาว คือ ดี (พาแฟนไปช่วงคืนแรม 14 ค่ำนะ แล้วนอนจับมือดูดาวกัน ฟินบอกเลย)
– ไปตรงกับช่วงงาน หนาวนี้…กระซิบรักที่น่าน มีการแสดงท้องถิ่น และจองขันโตก บรรยากาศดี อาหารอร่อย
– เมืองน่าน วัดเยอะมาก
– เจออดีต รมต. กต. และ อั้ม อธิชาต (แปะมือเซเลปสวยๆ)
– ข้าวซอยร้านข้างศูนย์โอทอปจังหวัดอร่อยมาก และมีข้าวซอยมังสวิรัติด้วย >_<)
– โบกสองเเถวขึ้นดอยครั้งแรก ได้บรรยากาศใหม่ แต่เหนื่อย
– อยากหัดขี่มอเตอร์ไซด์
– ดาวที่เมืองน่านสวยดีนะ แต่ชอบที่พิษณุโลกมากกว่า smile emoticon

สรุป…
“เหนื่อย”

https://www.facebook.com/kooktfc/media_set?set=a.1010578688969825.1073741852.100000531102957&type=3

โพสต์วันที่ 20 มกราคม 2558

แด่ ความน่ารักและความไม่น่ารักที่น่ารักที่สุด

เล่าหน่อย
เรื่องเริ่มต้นจากคนสองคนที่บังเอิญมองเห็นความน่ารักของกันและกัน
วันหนึ่ง ทั้งสองคนตกลงกันว่า …
เราจะแบ่งความน่ารักที่มีให้กันและกัน ทั้งในวันธรรมดาที่แสนจะธรรมดา และวันธรรมดาที่บังเอิญเป็นวันพิเศษ
เราจะคอยกล่อมความไม่น่ารักของกัน ให้กลายเป็นความน่ารัก
เราจะอยู่ข้างข้างกันในวันที่อีกคนทำตัวไม่น่ารัก และทำให้อีกคนมีรอยยิ้มที่น่ารัก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในโลกนี้ มีความไม่น่ารักปนอยู่ ความไม่น่ารักเหล่านั้นเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้อีกคนเริ่ม “ไม่น่ารัก”
เราเริ่มเห็นว่าอีกฝ่ายไม่น่ารัก (ในแบบที่เราคิด)
เราเริ่มมองเห็นแต่ความไม่น่ารักเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
เราเริ่มเรียกร้องให้อีกฝ่ายทำตัวให้น่ารัก ทั้งทั้งที่เราลืมไปว่าเราเองก็ทำตัวไม่น่ารัก
เราปฏิเสธความน่ารักของกันและกัน เพราะกรอบความไม่น่ารักเข้ามาบังหัวใจ

วันนี้ เราอาจจะคิดว่าความน่ารักและความไม่น่ารักกำลังต่อสู้กันอยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราเองตังหากที่กำลังต่อสู้กับหัวใจของเราที่บังเอิญเปลี่ยนไป เราเองตังหากที่กำลังต่อสู้กับความไม่น่ารักของตัวเราเอง

เรายิ้มและร้องไห้ให้ความน่ารักและไม่น่ารักของกันและกันมานาน ถึงแม้ความน่ารักจะทำให้ร้องไห้ได้ไม่บ่อยเท่าความไม่น่ารัก แต่ความน่ารักของคุณทำให้คนแบบเราร้องไห้ได้ทุกครั้ง…

แด่ ความน่ารักและความไม่น่ารักที่น่ารักที่สุด

ปล. ขอบคุณความน่ารักของคำว่า “กุ๊ก ครับ”

 

โพสต์วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558